กระบี่ 2 วัน 1 คืน แบบไม่ง้อทะเล 3 คาเฟ่ 4 ที่เที่ยว 1 ที่พัก

ตั้งแต่จำความได้ … เมื่อคิดถึงกระบี่สิ่งแรกที่เราจะคิดถึงคือทะเล 

ไม่ว่าจะเกาะพีีพี ทะเลแหวก ไร่เลย์  หรือแม้แต่สุสานหอย (อย่างหลังดูไม่เข้าพวก ) 

จนกระทั่งมาถึงตอนนี้ …เมื่อคิดถึงกระบี่ก็ยังคงคิดถึงทะเลเหมือนเดิม 

แต่วันนี้นุ้ยจะพาทุกคนไปเที่ยวกระบี่ในอีกหนึ่งมุมมอง 

เที่ยวกระบี่ ไม่ต้องใช้เวลาเยอะ ไปกระบี่ไม่ต้องลางาน 

2 วัน 1 คืน  แบบชิลล์ๆ ขึ้นเครื่องเช้าวันเสาร์ กลับเย็นวันอาทิตย์  

กับทริปเก๋ๆ แบบนี้  ถ้าพร้อมแล้วจะรออะไรกันอยู่ละคะ 

ไ ป กั น เ ล ย ….

วันนี้เราจะเที่ยวกระบี่กันแบบชิลล์ ผ่อนคลาย เน้นเที่ยวง่าย 

ขึ้นเครื่องจากกรุงเทพ ตั้งแต่เช้าตรู่  บินมุ่งหน้าสู่จังหวัดกระบี่ 

สายการบินที่ให้บริการมีหลายสายการบินเลยค่ะ  และราคาตั๋วเครื่องบินเส้นทางกระบี่ ก็ค่อนข้างถูกใจถูกกระเป๋าซะด้วย 

เมื่อมาถึงกระบี่ สำหรัับนุ้ยและต้น   

เราสะดวกเช่ารถขับ เพราะง่าย และชิลล์ที่สุดแล้ว อยากไปไหนไป 

ไปแบบไม่ต้องมีแพลนมากมายนัก  ถ้าให้แนะนำบริษัทรถเช่า 

นุ้ยแนะเป็น Avis Thailand เป็นเจ้าที่เราสองคนใช้บริการบ่อยที่สุดแล้ว

.

.

เส้นทางที่เราเที่ยววันนี้จะเป็นเส้นทางที่เราจะเที่ยวกันวันนี้ จะเน้นไปทางอำเภอคลองท่อม 

ขับรถออกจากสนามเลี้ยวซ้ายเลยจ้า 

ปลายทางแรกอยู่ที่ร้านขนมจีนโกจ้อย เจ้าดัง ที่ใครๆ ต่างบอกว่า ถ้ามาถึงกระบี่ แล้วไม่ได้กิน 

ถือว่าพลาด ..มว๊ากก 

ร้านขนมจีนโกจ้อย ตั้งอยู่ใกล้กับศาลเจ้าเหนือคลอง   อำเภอเหนือคลอง  

ห่างจากสนามบินประมาณ 7-10 นาทีเท่านั้น 

ไม่ตั้งใจแวะหรอกนะ  แค่เป็นทางผ่านไปคลองท่อมเท่านั้นเอง (หรา ?)

แน่นอนว่าเมนูเด็ดต้องเป็นขนมจีน ที่มีน้ำแกงเข้มข้น ถึงพริกถึงขิงฉบับคนใต้ 

แต่ในขณะเดียวเครื่องเคียงอย่างไก่ทอด และห่อหมกก็ไม่ได้น้อยหน้าเลยนะ 

เพราะ แอบสังเกตุเห็นคนขับรถมาซื้อเฉพาะไก่ทอดกลับไปกินที่บ้านเยอะเหมือนกัน 

หลังจากได้ลิ้มลองไปแล้ว ก็ต้องบอกว่า … ใครไม่ได้กิน ถือว่าพลาดจริงๆ 

ร้านโกจ้อยขนมจีน  เปิดทุกวัน ตั้ง 6.00-15.00 น.

ไปอร่อยกันได้ตั้งแต่เช้ายันบ่ายเลยจ้า 

กินอิ่มท้องตึงแล้ว  หนังตาเราไม่ได้หย่อน 

เพราะเราต้องไปเที่ยวกันต่อ  มุ่งหน้าสู่คลองท่อมแบบเต็มตัว 

อย่างที่บอกว่าทริปนี้เราจะไม่ง้อทะเล เราจะเน้นชิลล์ อาบน้ำแร่แช่น้ำนม สโลว์ไลฟ์ร้านกาแฟ 

และสถานที่ท่องเที่ยวที่แรก็คือ สระมรกต  

เขาว่ากันว่า สระมรกตเกิดจากธารน้ำอุ่น มีสีเขียวอมฟ้า สีของน้ำจะเปลี่ยนไปตามวันเวลา และสภาพแสง 

อยากเห็นกันแล้วใช่มั๊ย  …แต่ก่อนจะได้ไปเห็นกับตา ช่วยจ่ายค่าธรรมเนียมก่อนจ้า 

ค่าธรรมเนียมการเข้าชม

คนไทย เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท

ต่างชาติ เด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท 

เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 08.30 น. ถึง 17.00 น. ทุกวัน

ตอนแรกเราก็คิดว่า … จะได้เห็นสระใสๆ เลยในทันที

แต่ไม่ใช้จ้า  …เราต้องเดินไปตามเส้นทางประมาณ 800 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาที

ถ้าจะว่าชิลล์มันก็ชิลล์นะ เพราะตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ 

อีกทั้งหากเป็นต้นไม้แปลก ๆ จะมีป้ายชื่อต้นไม้ชนิดนั้นติดไว้ด้วย 

แต่ถ้าถามว่าเหนื่อยมั๊ย …. ตอบเลยว่ามาก 

แต่เพียงไม่กี่อึดใจก็มาถึงแล้ว  ….

สวัสดีสระมรกต มีนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำกันเยอะเหมือนกันนะนี่ 

เห็นสีของน้ำ ความใสของน้ำแล้ว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง 

เห็นแล้วก็อดใจไม่ได้จริงๆ ที่จะกระโดดลงไปในสระ … สักครั้งต้องมาให้ถึงนะคะ

ห่างจากสระมรกตไปไม่ไกลนัก มีน้ำตกร้อน 

ตอนแรกที่ได้ยิน ก็แปลกใจนะ …ไปน้ำตกกี่ที่ ต่อกี่ที่ 

เราก็จะเจอแต่น้ำตกที่เย็นชื่นใจ  เย็นจนกระทั่งเอาแตงไปแช่แทนตู้เย็น 

แต่สำหรับกระบี่แล้ว  …. มีความอันซีน มีความต่าง  เพราะกระบี่มีน้ำตกร้อน 

ที่นี้จ่ายค่าธรรมเนียมคนละ 20 บาท  เดินเข้าไปด่านในประมาณ  5 นาที ก็ถึงแล้ว 

น้ำตกร้อน   เป็นอ่างอาบน้ำธรรมชาติกลางป่า ไหลหลั่นลง มาจากเนินเขา

มีอุณหภูมิพอเหมาะ สามารถอาบน้ำได้ ในน้ำพุร้อนประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ

ที่ช่วยให้ผ่อน คลายเชื่อว่าสามารถบำบัดอาการไขข้ออักเสบ ปวดหลัง และเกี่ยวกับผิวหนังได้

และไฮไลท์ของวันนี้คือ การทำสปาแช่น้ำร้อนที่ วารีรัก ฮอทสปริง รีทรีท 

เคยได้ยินชื่อมานานมากก ใครๆ ต่างแนะนำว่าต้องมาสัมผัสให้ได้สักครั้ง 

เพราะที่นี่เป็นการทำสปาแบบมีส่วนร่วม และนำธรรมชาติเข้ามาช่วยบำบัด ซึ่งโปรแกรมที่นุ้ยจะทำเป็นโปรแกรมแบบครึ่งวันค่ะ 

เวลาเรามีน้อยต้องใช้สอยอย่างประหยัด  ต้องเก็บเวลาไว้ไปเที่ยวที่อื่นอีก 

แต่สำหรับใครที่มีเวลาเยอะๆ มาเที่ยวกระบี่ๆ หลาย แนะนำโปรแกรมเต็มวันน๊า 

.

.

นี่คือชุดยูนิฟอร์มในการทำสปาของเราค่ะ 

ซึ่งวันนี้นุ้ยกับต้นจะแยกกัน  นุ้ยจะทำสปาวารีบำบัด แบบครึ่งวัน ส่วนต้นจะนวดแผนไทยอย่างเดียว 

บ้านไม้หลังนี้ ถูกดัดแปลงเป็นเรือนต้อนรับแขกผู้มาเยือน  ใต้ถุนสูงโปร่ง  

ที่นี่อากาศดีมาก ลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา อีกทั้งอากาศสดชื่น เพราะพื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ 

แค่เพียงเดินเข้ามา เราก็รู้สึกผ่อนคลายแล้ว 

วารีรัก จะเน้นโปรแกรมสุขภาพวารีบำบัด โดยใช้น้ำพุร้อน ซึ่งน้ำพุร้อนของที่นี้ 

จะมีอุณหภูมิราว 42-43 องศาเซลเซียส และมีการทำให้เย็นลงเพื่อช่วยในการปรับร่างกาย

น้ำดังกล่าวนี้เป็นน้ำธรรมชาติที่ไม่มีกลิ่นกำมะถัน มีค่า PH 6.9 หรือ ค่าความเป็นกรดด่างเกือบจะเป็นกลาง

ซึ่งแพ็คเกจที่นุ้ยจะทำ มี สครับผิว, แช่น้ำธรรมชาติร้อน-เย็น + โยคะไทยในน้ำ + นวดกดจุดบ่าไหล่ และอาหาร 

แต่ก่อนจะไปสครับผิว  เราต้องทำโยคะกันก่อน เป็นโยคะสไตล์นางกินรีค่ะ 

อย่าพึ่งทำหน้างง … ก็โยคะทั่วไปท่าง่ายๆ นี่แหละค่ะ แต่เอาท่าทางการร่ายรำของกินรีมาผสมผสาน 

งานนี้ต้องอาบน้ำอาบท่าล้างตัวให้สะอาดก่อน 

ต่อจากนั้นก็มาเริ่มสครับผิวกันเลย  นอกจากผ่อนคลายแล้ว

เรายังได้ผิวสวยกลับบ้านไปอีกด้วยนะ

ขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการ แช่น้ำร้อน ซึ่งเราจะต้องสลับกับเย็น  

ก่อนลงน้ำร้อน เราจะต้องลงบ่อน้ำอุ่นก่อนเพื่อปรับสภาพร่างกาย  

หลังจากนั่นลงบ่อน้ำร้อน สลัับกับน้ำเย็นไปเรื่อยๆ ประมาณ 3 รอบ

แนะนำว่าระหว่างนั่นต้องจิบน้ำตลอดนะคะ นุ้ยพึ่งค้นพบว่าการนั่งแช่ในน้ำร้อนเฉยๆ สามารถทำให้เราเหนื่อยได้ 

เมื่อครบแล้ว  จะโยคะไทยในน้ำ + นวดกดจุดบ่าไหล่  ฟิน และสบายสุดๆ 

ส่วนนายต้นนะเหรอ  ฟินยาวไปค่ะ 

เสร็จทุกขั้นตอน เราก็มานั่งทานอาหารค่ะ อาหารจะเสิร์ฟมาเป็นชุด 

หน้าตาอาหารก็ประมาณนี้เลย มีผลไม้ด้วย 

เป็นครั้งแรกของการมากระบี่แล้วรู้สึกฟินขนาดนี้ ปกติต้องตากแดดตัวดำ ออกไปลุยทะเล 

แต่รอบนี้ขอเมินทะเลค่ะ  ขอชิลล์บนฝั่งบ้างดีกว่า 

ออกจาวารีรัก  นุ้ยตั้งใจจะเข้าที่พัก่อนเลย  เพราะนุ้ยพักที่อ่าวนาง  

แต่ระหว่างทาง   สะดุดตากับร้านคาเฟร้านนี้ เพราะสวยเหลือเกิน

ด้านหลังเป็นภูเขา  หมอกลอยเต็มเลย  ชื่อว่า HUB Cafe’  

ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 8.00 – 23.00 น. 

วันนี้สักเครื่องดื่มเบาๆ พร้อมเค้กทาโร่ มาลอง 1 ชิ้น และ แซนวิชแฮมชีส 

บรรยากกาศร้านก็ประมาณนี้ โล่งๆ หลังคาโปรง ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น สวยดีนะ 

เพื่อนๆ ขับรถผ่านเส้นนี้ไปอ่าวนาง  แวะได้เลย รับรองว่าต้องชอบแน่ๆ 

และสุดท้ายเราก็ได้มาเช็คอินที่พักของเรา 

ทริปนี้พักที่ดีวาน่า พลาซ่า อ่างนาง จ้า 

ห้องที่นุ้ยพักเป็นห้อง Pool Access  จะวิ่งเล่นเดินเล่น ลงสระว่ายน้ำตอนไหนก็ได้ 

ชิลล์ไปอีกเนอะ 

และบรรยากาศในห้องนอนก็จะประมาณนี้เลย  หวานๆ หน่อย 

ช่วงเย็น เลือกอาหารที่โรงแรม ไม่ได้ออกไปไหน  

เมนูยำแอปเปิ้ล ถูกใจคนลดความอ้วนมาก อร่อยเลยทีเดียว 

เนื้อย่างจานนี้แค่เห็นรูปก็รู้ได้เลยว่านุ่มละลายในปากแน่นอน 

เสิร์ฟมาแบบกระทะร้อนด้วยนะ 

ปิดท้ายที่สปาเก็ตตี้เขียวหวานกุ้ง  อร่อยเข้มข้นถึงเครื่องพริกแกง 

กุ้งก็ตัวโต๊ โต  ชอบๆ

อาหารเช้าของดีวาน่าพลาซ่าอ่าวนางจะเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ 

ไลน์อาหารค่อนข้างหลากหลายเลยทีเดียว 

สิ่งที่แนะนำเลยคือสับปะรดทอด  มันแปลกแต่อร่อย 

พื้นที่ภายในโรงแรมค่อนข้างกว้าง สระว่ายน้ำมี 2 สระ ใกล้ๆ กัน เป็นแนวยาวไปตามอาคารห้องพัก 

ก่อนเช็คเอ้าวันนี้แวะทำสปาที่ห้องสวรรค์สปา ของโรงแรมนี่แหละค่ะ 

ไม่อยากบอกเลยว่า เป็นการนวดอโรม่าที่ดีมาก ผ่อนคลายสุดๆ 

แต่ละคนก็จะชอบการนวดที่ต่างกันออกไปเนอะ บางคนชอบแรงๆ กดแบบเน้นๆ 

แต่ของนุ้ยขอแบบรีแล็กซ์ๆ เบาๆ ผ่อนคลายๆ แต่หลายเมื่อยอะไรประมาณนี้ 

 

หลังจากเช็คเอ้าเรียบร้อย 

นุ้ยจะพาทุกคนไปทำความรู้จักับอีกหนึ่งคาเฟ่เก๋ๆ เท่ๆ ตั้งอยู่ในบริเวณอ่าวนางนี่แหละ 

นอกจากจะเป็นคาเฟ่แล้ว ที่นี้ยังเป็นโฮสเทลด้วย  ซึ่งเดิมทีที่นี้เปิดเป็นโฮสเทลมาก่อน ก่อนจะมาเพิ่มเติมเป็นคาเฟ่ 

ว่าแต่ที่นี่คือที่ไหนน๊า   ….

ที่นี่ชื่อว่า Lion&Shark แค่ชื่อยังเท่ห์เลยอะ สิงโต กับ ฉลาม 

แค่ทางเดินขึ้นร้านก็กระชากใจแล้วหล่ะ 

ปีนบันไดขึ้นไปเลยจ้า 

ขึ้นมาปุ๊บ  ร้องว๊าว ร้านสวยเลยทีเดียว

สวยแบบดิบๆ หน่อย มีภาพวาดฝาผนังแบบเท่ๆ 

และมุมนี้ที่นุ้ยนั่ง  คือเป็นมุมสูงที่เราจะมองเห็นวิวภูเขาได้ด้วย  เป็นร้านเล็กๆ แต่เจ๋งจริง  อยากให้ลองแวะ 

อีกอย่างโฮสเทลก็ราคาถูกมาก ช่วงหน้าโลว์ ก็คืนละ 350 บาท นี่อ่าวนางนะ 350 เองเหรอ 

เครื่องดื่มก็มีหลากหลาย แต่นุ้ยชอบพวกเมนูสุขภาพพวกนี้ 

อร่อยและมีประโยชน์ ที่ดีกว่านั้นอีกคือถ่ายรูปสวย 

เกือบเที่ยงแล้ว ยังคงลั๊ลล๊าอยู่แถวอ่าวนางไม่ได้ออกไปไหน 

จนสุดท้ายยอมย้ายร่างมาที่นี้ค่ะ  ท่าปอมคลองสองน้ำ

ตั้งอยู่ บ้านหนองจิก เขาคราม อำเภอ เมืองกระบี่ 

ท่าปอมคลองสองน้ำ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวิทยา เพื่อเรียนรู้ ความสมบูรณ์ของธรรมชาติ

คลองท่าปอมจะเป็นคลองน้ำจืด แต่ในช่วงที่น้ำทะเลหนุนขึ้นสูงลึกเข้ามาในคลองท่าปอม

จนถึงศาลาเล่นน้ำและผสมกับน้ำจืดกลายเป็นคลองน้ำกร่อยที่มีสีฟ้าค่อนข้างขุ่น

แต่ว่าก็เป็นช่วงเวลาไม่นานหลังจากนั้นน้ำทะเลก็ลดลงและถูกแทนที่ด้วยน้ำจืดใสแจ๋วมองเห็นเป็นสีเขียว 

วันนี้น้ำดูขุ่นๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นฝนที่ตกลงว่าอย่างหนัก หรือเป็นเพราะน้ำทะเลหนุน 

แต่ถ้แม้จะว่าน้ำขุ่น แต่เราก็ยังคงมองเห็นตัวปลาในน้ำ และรากไม้ใต้น้ำได้ชัดเจน 

นอกจากจะมาศึกษาธรรมชาติแล้ว  ที่นี่ยังมีจุดให้เล่นน้ำอยู่หลายจุด 

ใครอยากสดชื่นอยากกระโดด อยากสัมผัสคลองสองน้ำ เตรียมเสื้อผ้ามาเล่นน้ำได้เลย 

ก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ  เรายังคงอยากสโลวไลฟ์  

ยังอยากนั่งชิลล์จิบกาแฟกินเค้ก  …ก็ขับรถวนไปเรื่อยๆ จนมาถึงบริเวณลานปูดำ 

มีร้านหนึ่งที่เคยกินแล้ว  .. แต่อยากลองเปลี่ยนร้านดูบ้าง  ขับผ่านปูดำ มาพอสมควร

แล้วเราก็ได้เจอกับร้าน  Sprucy Cafe & Bakery ซึ่งเราอาจจะต้องสังเกตุดีๆ ไม่สังเกตุคือมองผ่านเลยนะ 

Sprucy Cafe & Bakery  เปิดทุกวัน 9.00-20.00 น

บรรยากาศในร้านน่านั่ง  มีโต๊ะเก้าอี้ ไม่มากนัก  ให้บริการทั้งอาหารเครื่องดื่ม และเบเกอรี่ด้วย 

จัดมาคนละแก้ว ตามที่ชอบ 

และนี่คือสิ่่งที่ดูธรรรมด๊า ธรรมดาที่สุด 

แต่เราขอบอกท่านว่า  มาร้านนี้ต้องสั่งเค้กมะพร้าว 

เพราะมันนุ่ม ละมุน หอม หวาน ทุกอย่างลงตัวกำลังดี 

มันอร่อยมาก ซึ่งตรงกันข้ามกับหน้าตาที่แสนจะธรรมดาเหลือเกิน 

วัฟเฟิลมะม่วงจานนี้ก็ดีงาม 

แป้งวัฟเฟิลกรอบนิดๆ นุ่มหน่อยๆ หวานน้อยๆ เสิร์ฟมาอุ่นๆ อร่อยดีค่ะ 

นุ้ยชอบแบบที่ให้มาไม่ต้องเยอะ  ถ้าเยอะเกินไปกินเหลือก็เสียดาย 

แต่พอเสิร์ฟมาจานกำลังดี เราจะยังรู้สึกอยากกินเพิ่ม …. 

กระบี่ 2 วัน 1 คืน แบบไม่ง้อทะเล  3 คาเฟ่ 4 ที่เที่ยว 1 ที่พัก

ผ่านไปอย่างรวดเร็ว 

ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปเร็วเสมอ  ช่วงเวลาของการเที่ยวก็เช่นกัน 

เที่ยวน้อยๆ  เพื่อให้รู้สึกว่าอยากเที่ยวอีก  .. ดีกว่าเที่ยวเยอะๆ จนรู้สึกเหนื่อย 

ถ้าพร้อมแล้วไม่ต้องแพลนอะไรเยอะ กระบี่เป็นเมืองน่ารักเที่ยวง่าย

คาเฟ่เท่ห์ๆ เพียบ อาหารอร่อย ธรรมชาติก็รายล้อม  แล้วจะลังเลอยู่ทำไม 


ติดตามเรา 

Fanpage : https://www.facebook.com/MyLifeMyTravels

WebSite : www.mylifemytravels.com

Youtube : https://goo.gl/0bnw9a

Instagram: https://goo.gl/G7qsVC

สนใจติดต่องานได้ที่ mylifemytravels@gmail.com

หรือ โทร. 094-5929142

#แฟนพาเที่ยว #mylifemytravel #NuiKaTon #Coupletravelers

 

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : กระบี่ 2 วัน 1 คืน แบบไม่ง้อทะเล 3 คาเฟ่ 4 ที่เที่ยว 1 ที่พัก