แฟนพาเที่ยว..จันทบุรี

บางครั้งเราก็มองข้ามหลายๆ สิ่งไปโดนที่ไม่รู้ตัวเลยว่า ” พลาด “

และการเดินทางในครั้งนี้ทำให้นุ้ยและต้น เรียนรู้ว่าเราไม่ควรมองข้ามอะไรเลย

” จันทบุรี “   คือจังหวัดที่นุ้ยเคยไปครั้งหนึ่ง … เกือบสองปีแล้วหล่ะ และไม่เคยคิดจะไปอีกเลย

เพราะจะว่าใกล้ก็ใกล้  จะว่าไกลก็ไกล และคิดมาตลอดว่าคงไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกมั้ง

แต่เมื่อลองได้ไปอีกที “จันทบุรี” นี่แหละ คือ เมืองต้องห้ามพลาด

…..

ทริปจันทบุรี ทริปนี้เป็นทริป 3 วัน 2 คืน จริงๆ เป็นทริปที่ทาง ททท.จัดขึ้นเพื่อกิจกรรม Travel Blogger Challenge

และนุ้ยกับต้น ก็เป็นหนึ่งในบล็อกเกอร์ทั้ง 12 บล็อก ส่วนเรื่องผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไรเราจะไม่เอ่ยถึง

เพราะแน่นอนว่า เราได้ที่ 1 นับจากหลัง  … แต่เป็นทริปที่ทำให้เรารู้จักจังหวัดเล็กๆ จังหวัดนี้มากขึ้นเยอะเลยทีเดียว

เป็นปรกติของบล็อกเกอร์ภูธร อยู่ห่างไกลเมืองแบบนุ้ย ต้องข้ามน้ำ ข้ามฟ้า ข้ามทะเลเพื่อที่จะไปทริปนี้

แต่ระยะทางไม่เคยเป็นอุปสรรคของการเดินทาง แค่ใจรักที่จะทำ เราก็สามารถทำทุกอย่างได้ง่ายดาย

นุ้ยออกเดินทางจากภูเก็ตล่วงหน้าก่อนวันเดินทางจริง 1 วัน

ครั้งนี้ใช้บริการของสายการบินนกแอร์ เจ้าเก่าเจ้าเดิม..มีบินตรงภูเก็ตกรุงเทพ วันละหลายไฟท์ ตั้งแต่เช้ายันค่ำเลยทีเดียว

เคาเตอร์เช็คอินปิด 45 นาทีก่อนเครื่องออกนะจ๊ะ .. มีเวลาเหลือๆ

ใครนั่งนกแอร์ช่วงนี้ ลองหยิบ JIBjib ขึ้นมาอ่านนะ เพราะมีเรื่องราวเกี่ยวกับทะเลที่นุ้ยกับต้นเขียนไว้ด้วย

รวมทั้งปกสวยๆ ที่เห็นอยู่ ก็ฝีมือนายต้นเขาหล่ะ

จั น ท บุ รี .. Day 1

เมื่อถึงวันที่ต้องออกเดินทาง …

ทริปนี้ออกสตาร์ทกันประมาณ 7.30 น. ทุกคนพร้อมกันที่จุดนัดพบ

ออกเดินทางโดยรถต้ขูอง AVIS Thailand   นุ้ยพึ่งรู้ว่า AVIS  มีบริการให้เช่ารถตู้พร้อมคนขับด้วย

สำหรับการเที่ยวเป็นกรุ๊ป หรือไปเป็นครอบครัวคือดีเลยนะ กว้างขวางนั่งสบาย

ระยะทางจากกรุงเทพสู่จันทบุรี ประมาณ 4 ชั่วโมงกว่า >> ถ้ารถไม่ติด

————–

เดินทางถึงจันทบุรีประมาณ 11 โมงกว่าๆ อันที่จริงก็เกือบเที่ยง …

เริ่มกันจากการแวะสักการะศาลหลักเมืองจันทบุรี และศาลสมเดจ็พระเจ้าตากสินมหาราช

ซึ่งเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่ศักดิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจันทบรุี

วันที่นุ้ยเดินทางไปถึงกำลังมีการบูรณะศาลหลักเมือง แต่เรายังสามารถเข้าไปกราบสักการะได้เป็นปกติ

เปิดให้สักการะกันได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 05.30 – 20.00 น.

อาหารที่ชาวบ้านนำมาถวายและแก้บน

ความเชื่อความศรัทธามักเป็นของที่มาคู่กัน อะไรที่เราทำแล้วสบายใจก็ทำกันต่อไปเนอะ

ใกล้ๆกัน เป็นศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ศาลแห่งนี้บ่งบอกถึงความผูกพันของชาวเมืองจันท์ที่มีต่อพระเจ้าตากสินมหาราช

และแน่นอนเป็นที่สุดหลังจากที่เราได้กราบสักการะทั้งศาลหลักเมืองและ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแล้ว

นี่มันคือเวลาบ่ายแล้วค๊าคุณ ไส้กำลังจะขาดรอน ๆ

สิ่งที่เราต้องไปต่อเป็นที่ไหนไปไหม่ได้ ถ้าไม่ใช่ร้านอาหาร  ร้านแรกในเมืองจันท์สำหรับทริปนี้คือ

ร้านจันทรโภชนา ซึ่งร้านที่นุ้ยได้แวะไปทานเป็นร้านสาขา 2

เดิมที่ร้านจันทรโภชนาเป็นร้านเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองจันทร์มานานนับ 50 ปีเลยทีเดียว

เป็นร้านอาหารที่ได้นำอาหารพื้นบ้านเมืองจันท์มานำขึ้นโต๊ะเสิร์ฟให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองกัน

จนมาถึงทุกวันนี้ได้มีสาขา 2 เกิดขึ้น

บรรยากาศในร้านโล่ง สีขาว นั่งสบายเลยทีเดียว จัดโต๊ะไม่แน่นจนเกินไป

สามารถเลือกนั่งได้ทั้งชั้น 1 และชั้น 2

อาหารมาพร้อมเสิร์ฟแล้ว

เมนูนี้พึ่งเคยกินเป็นครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้

ส้มตำทุเรียน  รสชาติแซ่บตามแบบฉบับส้มตำ โดดเด่นที่เนื้อทุเรียนหอม ๆ มันๆ

แกงมัสมั่นทุเรียน

เป็นไอเดียร์เก๋ๆ ที่ลงตัว สำหรับการนำทุเรียนมาแทนมันฝรั่ง

ตอนกินแทบจะไม่รู้เลยว่านี่คือทุเรียน อร่อยดีค่ะต้องลอง

อีกหนึ่งอย่างที่อยากนำเสนอคือพล่าปลา ที่เด็ดจะอยู่ที่น้ำจิ้ม เปรี้ยวๆ หวานๆ กรุ๊บกรับถั่วตำนะเออ

และยังมีอีกหลายเมนูที่อยากให้ลองไม่ว่าจะเป็นเส้นจันทร์ผัดปู  น้ำพริกกุ้งสด หมูชะม่วงรสเด็ด

หรือแม้แต่เมนูขนมหวานสุดครีเอทอย่างวุ้นสำรองไอติมกะทิสด  ปลาต้มระกำใส่กระวาน

นอกจากอาหารอร่อยๆ แล้วยังมีของฝากขายอีกเพียบ

—–

ร้าน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองจันทบุรี ติดกับโรงแรมเกษมศานติ์

เปิด-ปิดเวลา: ทุกวัน 09.00-22.00 น.

กินคาวอิ่มแล้วจะไม่กินหวานก็แปลกๆ

ย้ายจากร้านจันทรโภชนามาอยู่ที่ร้าน Keys Espresso & Bar

เอาจริงๆ ป่ะ … ไม่เคยคิดว่าก่อนว่าจันทบุรีจะมีร้านกาแฟเก๋ ๆ เท่ห์ๆ ด้วยอ่ะ

..นี่เราพลาดอะไรไป? .. เป็นคำถามที่นุ้ยถามตัวเอง

นุ้ยขอเรียกสั้น ๆ ว่าร้าน KAYS  แล้วกันเนอะ

KAYS  เป็นร้านที่ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว เสน่ห์ของร้านนี้คงเป็นเรื่องของดีไซน์ที่โมเดิร์นหน่อย

แต่เต็มไปด้วยสีเขียว เพราะถูกโอบล้อมไว้ด้วยสวน  มีทั้งมุมอินดอร์ เอ้าดอร์

จะนั่งตากแอร์ หรือตากลม ก็แล้วอารมณ์ได้เลย

ว๊ายตั๊ยแล้ววววว  น้ำหนักเพิ่มแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ขนมแต่ละอย่างห้ามปาก ห้ามใจไม่อยู่จริงๆ  .. เรื่องบางเรื่องก็ไม่ได้อยากบรรยายเลย

โดยเฉพาะเรื่องกิน  มันรู้สึกทรมาน … เพราแค่เห็นรูปอีกครั้งน้ำลายก็ไหลแล้ว

เอาเป็นว่า..ไปจันทบุรีเมื่อไหร่ … ลองแวะดูนะคะ ไม่ผิดหวังแน่นอน

เวลาทำการ ร้านเปิด  7:00 – 21:00 น.

ยังจ้ายังไม่หมดสำหรับวันแรก … นี่มันคือทริปตะลุยกินชัดๆ

ความคิดแรกตอนเดินเข้าร้าน KAYS  คือมานั่งสโลว์ไลฟ์จิบกาแฟยามบ่ายในสวน

เจอขนมเข้าไปเท่านั้น ….ฟาดไม่เหลือ  … ที่เหลือคือหนังตาที่กำลังจะหย่อย

แต่ … แต่ทุกอย่างยังไม่จบเพียงเท่านั้น  ..

เพราะปลายทางต่อไปของเราคือ >>> ชมุชนขนมแปลกริมคลองหนองบัว   แค่ชื่อก็สะดุดท้องแล้ว…

ที่ว่าแปลกจะแปลกแค่ไหนกันเชียว … ต้องลองชิม

ชุมชนขนมแปลกริมคลองหนองบัว ตั้งอยู่ที่ชุมชนหนองบัว  เป็นชุมชนเก่าแก่อายุมากกว่า 200 ปี

บ้านเรือนในชุมชนล้วนเป็นบ้านเก่าย้อนยุค และยังมีผู้คนพักอาศัยอยู่จริง  เป็นชุมชนเก่าที่ยังมีชีวิตชีวา

หากเป็นวันธรรมดาจันทร์ – ศุกร์ ชุมชนแห่งนี้อาจจะไม่คึกคักนัก แต่รับรองว่าจะได้สัมผัสเสน่ห์ ความเป็นวิถีชุมชนจริงๆ

แต่ถ้าชอบความคึกคักของตลาดต้องเป็นเสาร์ – อาทิตย์นะค่ะ

บอกกันเบื้องต้นก่อนว่า ถ้ามาถึงชุมชนแห่งนี้ สิ่งที่ห้ามพลาด คือ ขนมโบราณแปลกๆ มากมาย อาทิ ขนมตะลุ่ม ,

ข้าวเกรียบอ่อน,  ตังเมน้ำอ้อย,  ข้าวตอกนาํ้อ้อย (ลกู ระเบิด), ข้าวเหนยีวเผือก, ควยลิง

มาเริ่มสตาร์ทความแปลกกันที่ของคาวก่อนเลยกับ หอยพอก

ที่ย่างกันแบบสดๆ ด้วยเตาถ่าน

เจ้าหอยพอกที่เห็นอยู่นี้ รสชาติสุโค่ยเลยทีเดียว

แต่ราคาน่ารักสุดๆ ตัวละ  3 บาทเท่านั้น กินแค่ไหนจ่ายแค่นั้น

ฮ้อยจ้อชิ้นละ 2 บาท อร่อยมากอีกอย่างที่ห้ามพลาดสัมผัสได้ถึงเนื้อหนังมังสา หาแป้งไม่เจอ

ห่อหมกย่างหอมกรุ่น เตะจมูก แว๊บแรกคิดว่าขนมจาก

ขนมตะไล้น้ำอ้อย กล่องละ 10 บาท

โอ๊ย !! จะถูกไปไหนค่ะ ..

ขนมควยลิง  แค่ชื่อก็ดึงดูดให้ลองชิมแล้ว

จำชื่อขนมไม่ได้

แต่จำได้ว่ามันทำยากมาก เพราะนุ้ยยืนคุยกับคนทำขนมอยู่นานสองนาน

และรสชาติอร่อยมากในราคา 10 บาทอีกแล้ว

และนี่คือขนมตะลุ่ม

เหนียวๆ ยืดๆ ตังเมน้ำอ้อย

พี่ที่ไปด้วยกัน นางบอกว่าเอาชงกาแฟก็อร่อยนะเออ

ในชุมชนแห่งนี้นอกจากขนมโบราณแปลกๆ ที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนแล้ว

ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่นุ้ยชอบมาก …. คือรอยยิ้มและน้ำใจความน่ารักของคนในชุมชน

ขนมแต่ละอย่างที่ขายก็ราคาถูกมากพอแล้ว คุณป้า คุณยายก็ให้ชิม ชิม ชิม ชิมกันจนหมดหน้าร้านคุณยายก็ยังยิ้ม

ทุกคนใจดี และน่ารักมาก รอยยิ้มมีแจกและแถมกลับบ้านเต็มไปหมด >> ความอิ่มเอมของวันนี้

เวลาของวันแรกเดินทางผ่านไปอย่างรวดเร็ว

วันแรกในจันทบุรี วันดีๆ มีรอยยิ้มให้จดจำ

และในค่ำคืนนี้เรานอนพักค้างคืนกันที่ โรงแรมพมิดารา เป็นโรงแรมที่เรียกได้ว่าใหม่เอี่ยมอ่องเลยทีเดียว

เพราะพึ่งเปิดไปเมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2559 นี่เอง

เป็นโรงแรมสไตล์ อาร์ทแกลลอรี่  คนที่เข้าพักที่นี้จะได้ของแถมเป็นการเสพย์งานศิลป์

ตัวอาคารสีสันสดใส จะมีด้วยกัน 2 อาคาร อาคารด้านหน้าจะชั้นเดียว ส่วนอาคารด้านหลังจะมี 3 ชั้น

มาดูห้องพักกันสักหน่อย ที่นี้จะมี 3 Room Type หลักๆ

Standard / Deluxe / Suite

เมนูอาหารเช้า ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารพื้นเมือง ถูกปาก ถูกใจ อร่อยทุกอย่าง คอนเฟิร์มจ้า

แต่สำหรับใครที่มองหาที่พักราคาหลักร้อย แนะนำ Hop Inn  เพราะมีสาขาอยู่ที่จังหวัดจันทบุรีด้วย 

จั น ท บุ รี .. Day 2

วันนี้เป็นวันแข่งขันเช็คอินที่เที่ยว Travel Blogger Challenge 2017

อย่าเรียกว่าการแข่งขันเลย เพราะพวกเราทุกคนล้วนแต่สนุกกับทุกสถานที่เช็คอิน

ทั้งกินทั้งเที่ยว เพลินกับการถ่ายรูป จนลืมเรื่องการแข่งขันไปเลย

มันเป็นปกติของคนชอบเที่ยวหลายๆ คนมาเจอกัน …ทำให้เป็นทริปที่สนุกและแบ่งปันกัน

เพราะฉะนั้นในวันที่ 2 นี้นุ้ยจะมาแนะนำสถานที่เช็คอินทั้งหมดที่ได้ไปเช็คอินมาในวันนนี้กันแบบละเอียด

แต่ก่อนออกเดินทาง..เรามาทำความรู้จักกับยานพาหนะสุดเจ๋งที่จะพาไปตะลุยกันก่อน

นั่นคือรถมาสด้า หรือรถสองแถวนั่นเอง

สงสัยใช่มั๊ยว่าทำไมถึงเรียกว่ารถมาสด้า เอาแบบคร่าวๆ เพราะนุ้ยก็ไม่เป๊ะ 55

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่ามาสด้าคือยี่ห้อรถยี่ห้อแรกที่ได้นำมาเป็นรถสองแถว  แม้ว่าเวลาเปลี่ยนจะมีรถหลากหลายมากขึ้น

แต่ก็เป็นคำเรียกติดปากของคนในจังหวัด ทีเรียกรถสองแถวว่ารถมาสด้า

และทริปวันนี้มีน้องเพชรทีมงานจาก CBT มานำเที่ยวด้วย

Start

จุดเช็คอินจุดแรกเลย .. เมื่อมาถึงจันทบุรี แล้วไม่ควรพลาดคือบริเวณชุมชนริมน้ำจันทบูร

เป็นชุมชนที่มีทั้งเรื่องเล่า วิถี และของอร่อยซ่อนอยู่เพียบ

และสิ่งที่หนึ่งที่มาถึงแล้วต้องแวะถ่ายรูปนั่นคือโบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาธอลิก

เป็นศูนย์รวมศรัทธาของผองชาวคริสต์ทั้งปวง

ด้านนอกดูสวยสะดุดตา ด้านในโบสถ์ก็ช่างสวยงามงาม สงบเย็น

เมื่อเดินผ่านโบสถ์คริสต์มายืนบนสะพาน เราจะสามารถมองเห็นวิถี บ้านเรือนของชาวริมน้ำจันทบูร

เสน่ห์…แห่งสายน้ำ ชีวิตที่ยังคงเดินช้าๆ ไม่ได้หมุนไปตามกาลเวลา

มีบ้านเรือนที่ยังคงแบบโบราณให้เห็นอยู่

มีภาพวาดที่ดูจะกลายเป็นแลนด์มาร์คของถนนเส้นนี้

สายสโลว์ไลฟ์ ไม่ควรมองข้ามร้านนี้ างเวลากาแฟและแกลเลอรี่

เพียงแค่เห็นหน้าร้าน…ก็ต้องรีบหยุดฝีเท้าลงทันที

ร้านไม่ได้ตกแต่งหรูหรา เว่อร์วัง  … เป็นเพียงร้านธรรมดาๆ ผนังสีขาวตกแต่งด้วยฉากไม้

แต่กลับมีแรงดึงดูดได้มากขนาดนี้

ภายในร้านจะมีภาพวาดการ์ตูนลายเส้นน่ารัก มีเอกลักษณ์มาก

เพราะชายหนุ่มเจ้าของร้านบางเวลา แห่งนี้คือ น้อยหน่า นักเขียนจากการ์ตูนขายหัวเราะที่เราคุ้นเคยกันดีนั่นเอง

เปิดให้บิรการ ตั้งแต่   10:00 – 21:00 น.

ในวันที่ฝนตก แบบนี้การฉีกกฎเดิมๆ ของการใช้ชีวิตบ้าง .. อาจทำให้เราได้รับความรู้สึกใหม่

เกริ่นซะอลังการมาก … เพียงแค่อยากจะชวนกินไอติมในวันฝนตกแค่นั่นเอง

มาถึงริมน้ำจันทบูร ทั้งทีต้องแวะกินไอติมจรวดสักหน่อย

รู้จักเจ๊อี๊ดกันหรือเปล่า ?  

ไม่รู้จักนี่เชยนะ เพราะเจ๊อี๊ด แกเป็นต้นตำหรับก๋วยเตี๋ยวกั้งเลยก็ว่าได้

มาถึงจันทบูร ไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยวกั้งเจ้อี๊ด คือมาไม่ถึงนะจะบอกให้

ร้านเจ๊อี๊ด เป็นร้านเล็กๆ แต่ทีเด็ดอยู่ที่กั้ง และเครื่องซีฟู๊ดต่างๆ ที่คัดสรรมาอย่างดี

สั่งมา 1 ชาม คือครบทั้งมหาสมุทร หนักเครื่องสุดๆ

มาถึงสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด แต่อาจจะกลายเป็นสิ่งที่พิเศษที่สุดก็ได้

ขนมไข่ป้าไต๊ … อร่อยเว่อ ถูกมาก  อยากรู้ต้องซื้อชิมนะคะ แถมยังใจดีให้ลองทำอีกด้วย

ไหนๆ ก็เรื่องอาหารเยอะแล้ว เราก็มาต่อกันที่อาหารให้จบเลยละกัน

เป็นสิ่งที่นุ้ยรู้สึกว่าอันซีนมากคือ หอยใหญ่ลุงทม

ลุงทมเล่าว่าได้รางวัลที่ 1 หอยใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเลยน๊า

และนั่นคือความอันซีน หอยนางรมใหญ่กว่าสุราษฏร์อีกคุณ

……

ใหญ่ไม่ใหญ่ … ดูได้จากในมือ

ตัวนี้ยังถือว่าเล็กกว่าหลายๆ ตัวที่ลองกินในวันนั้น

เนื้อหอยสด หวาน ไม่คาวเลย   ราคาหอยตัวละ 80 บาท

นอกจากขายหอยแล้ว ป้าหลุยลุงทม ยังมีโฮมเสตย์กลางน้ำด้วยนะเออ

ลุงทมบอกว่าหอยนะตัวละ 80 บาท แต่ถ้าอยากกินจนต้องร้องขอชีวิต มีเป็นแพคเกจด้วย

แบบแรกคือเป็นมื้ออาหารเที่ยง 1 มื้อ / 1 คน ราคา 800 บาท ไม่อั้น กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก

แต่ถ้ากลัวไม่หนำใจ จัดไปกับแพคเกจ พักโฮมเสตย์ 1 คืน 1,800 บาท พร้อมอาหาร 3 มื้อ / 1คน

โอ๊ยแซ่บ

จบจากเรื่องหอย ก็มาเข้าเรื่องทุเรียน

เป็นเรื่องที่นุ้ยได้ยินชื่อเสียงมานานพอสมควร สำหรับทุเรียนเมืองจันท์ ผลไม้เมืองจันท์

แต่นี่คือครั้งแรก … สำหรับการกินทุเรียนเมืองจันท์  และเราสามารถเห็นทุเรียนได้ในทุกหย่อมหญ้า

ไม่ว่าจะเป็นหน้าสวน  ริมถนน ในตลาด และถูกกว่าข้างนอกด้วยน๊า

ตอนที่นุ้ยไปคือปลายเดือนเมษา เป็นช่วงที่ทุเรียนพึ่งออก ราคาจะต้องสูงมาก ๆ แต่ที่นี้ราคากิโลละร้อยนิดๆ

ซึ่งในกรุงเทพขายกันที่ 300-400 เลยทีเดียว แล้วคิดดูสิ ในช่วงที่เป็นเทศกาลผลไม้จริงๆ

ทุเรียนที่แสนอร่อยจากสวนเหล่านี้จะราคาถูกขนาดไหน …

นอกเหนือจากผลไม้ ก็ยังมีอาหารทะเลอีกนะ

รู้กันมั๊ยว่า จันทบุรี มีกุ้ง หอย ปูปลา เป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์สุดๆ

มีโฮมเสตย์มากมาย  และไฮไลท์ของแต่ละโฮมเสตย์ คือ อาหารซีฟู๊ดแซ่บ

ครั้งนี้นุ้ยได้แวะไปชิมที่่ปากคลองโฮมสเตย์ แต่ไม่ได้พักที่นี้นะคะ

เคยเห็นรีวิว เด็ดอยู่เหมือนกัน …. สำหรับอาหารที่ได้ลิ้มลองมานั้นเด็ดชัวร์

.

กุ้งเผาตัวโต๊ โต น้ำจิ้มแซ๊บ แซ่บ คือดีต่อใจ ดีใจ่ความรู้สึก

สำหรับปูดำสดๆ เนื้อแน่นๆ ไข่เน้นๆ โอ๊ย … น้ำลายเจ้ไหลแล้วค่า

หลังจากผ่านสมรภูมิของการกินแบบเอร็ดอร่อย … กินแบบลืมคิดเรื่องน้ำหนักไปแล้ว

ต่อจากนี้จะเป็นการพาไปเช็คอินจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายจุดเลย พร้อมแล้วออกสตาร์ทได้เลย 

–อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว–

อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่หลายอำเภอในจังหวัดจันทบุรี 

เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 11 ของประเทศไทย เดิมชื่อว่า  อุทยานแห่งชาติเขาสระบาป แต่ต่อมา

ได้เปลี่ยนชื่อเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว เป็นน้ำตกที่มีน้ำตกตลอดปี

ค่าเข้าอุทยานคนละ 40 บาท 

วันที่ไปฝนตก… ชุ่มชื่น และชุ่มฉ่ำมากๆ  และยังคงเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ 

เอกลักษณ์อีกอย่างของน้ำตกพลิ้วแห่งนี้คงอยู่ที่น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลาที่มีอยู่เยอะมาก 

เพื่อนที่ไปด้วยกันเล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนนักท่องเที่ยวจะนิยมซื้อถั่วไปให้อาหารปลากัน

แต่ปัจจุบันทางอุทยานได้ออกกฎห้ามให้อาหารสัตว์ในเขตอุทยาน … เนื่องจากส่งผลทั้งทางระบบนิเวศน์

และความปลอดภัยของสัตว์ … ไปเที่ยวก็อย่าลืมรักษากฎกันด้วยน๊า 

ถ้าอากาศร้อนๆ จะกระโดดลงไปว่ายน้ำแข่งกับปลา  คงสดชื่นน่าดู

จันทบุรี …จังหวัดที่มีความหลากหลาย 

นอกจากน้ำตก… ชายหาดก็มีนะเออ  สายทะเลแวะมาชิลล์กันได้ที่ ชายหาดแหลมสิงห์ 

เป็นหาดที่มีความยาวถึง 1.5 กิโลเมตร  ตลอดชายหาดยังมีทิวสนให้ความร่มรื่นตลอดแนว 

ตึกแดง …ตอนได้ยินชื่อครั้งแรกก็ไม่รู้ว่าที่นี้จะสื่อความหมายถึงอะไร 

สิ่งที่คิดไว้ในใจคือตึกต้องเป็นสีแดงแน่ๆ  

แต่มีเรื่องราวที่ลึกซึ้งกว่านั้น เพราะตึกแดงเป็นแห่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของจันทบุรี 

เป็นที่เมืองจันทบุรีอยู่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสถึง 11 ปี 

คุกขี้ไก่   ถูกสร้างขึ้นเมื่อ  พ.ศ. 2436 หรือ ร.ศ. 112 เมื่อฝรั่งเศสได้เข้ายึดจันทบุรี

ในอดีตเป็นเป็นปืนและป้อมตรวจการณ์ปากน้ำแหลมสิงห์ ชาวบ้านเรียกว่าป้อมฝรั่งเศส

ต่อมาใช้เป็น ที่กักขัง นักโทษโดยขังคนไว้ด้านล่าง  ด้านบนเลี้ยงไก่เพื่อให้ถ่าย ใส่นักโทษ

 คุกนี้เลิกใช้งานเมื่อทหารฝรั่งเศสถอนกำลังออกจากเมืองจันท์เมื่อปี พ.ศ. 2447

33

ที่สุดท้ายสำหรับวันนนี้ขอนำเสนอ วัดมังกรบุปผาราม (วัดเล่งฮัวยี่) 

วัดในพุทธศาสนาลัทธิมหายานฝ่ายจีนนิกาย เป็นสาขาของวัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่)

เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมลักษณะผสมผสานระหว่างพุทธศิลป์ไทย-จีนภาคใต้  

ภายในกว้างขวาง  วิจิตรงดงามมากหากผ่านมาทางอำเภอแหลมสิงห์แล้วละก็   

ห้ามพลาดที่จะแวะเข้าไปกราบสักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคล ขอพร  เสริมดวงชะตา แก้ปีชง

ไม่มีค่าเข้าชม เวลาเปิด เปิดทุกวัน 06.00 – 18.00 น.

ที่ตั้ง ริม ถ.สุขุมวิท ต.พลิ้ว อ.แหลมสิงห์ 

จั น ท บุ รี .. Day 3

วันสุดท้ายของทริป แต่ทุกอย่างยังไม่สิ้นสุด เพราะวันนี้นุ้ยจะพาทุกคนไปกินทุเรียนกันให้พุงแตก 

ที่สวนผลไม้วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรรักษ์เขาบายศรี  ซึ่งเป็นบุฟเฟ่ต์ผลไม้ ราคาเพียง 300 บาทเท่านั้น 

ที่นี้จะมีทุเรียนถึง 4 สายพันธุ์ ทั้งพวงมณี ก้านยาว ชะนี และหมอนทองของโปรด

แต่เขาว่ากันว่ามาถึงเมืองจันท์ ต้องได้กินพวงมณีนะเธอ 

นอกจากทุเรียนแล้ว ยังมีเงาะ สละ ระกำ กล้วย มังคุด ลองกอง ไม่อิ่มไม่ให้กลับบ้าน 

วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรรักษ์เขาบายศรี  เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ทำมาอย่างยาวนานกว่า12ปี

ตั้งอยู่ที่  ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 14 กิโลเมตร เท่านั้น

โทรจองก่อนได้ที่  086-8349604 

 

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ต้องทำ เมื่อไปแวะไปชิมผลไม้ที่นี่ 

คือการเดินเข้าไปเดินเล่นในสวนผลไม้ ซึ่งเราจะได้เจอทั้งต้นทุเรียน ต้นสละ ต้นระกำ 

อิ่มแล้้วออกเดินทางกันต่อไปยังจุดแลนด์มาร์คของจังหวัดจันทบุรี

 นั่นคือจุดชมวิวเนินนางพญา  บนถนนเฉลมิบรูพาชลทิต  

ซึ่งเป็นจุดที่คุ้นตากันดี …ทั้งภาพที่ออกมาทางสื่อออนไล์ให้เห็นอยู่บ่อย ๆ หรือโฆษณาในทีวี 

วันนี้ฟ้าใสอากาศดีมากๆ และไม่ผิดหวังเลยจริง 

เป็นมุมที่สวยมาก ถ่ายรูปสวยมาก และยังเห็นวิวทะเลได้ 180 องศาอีกด้วย 

เกาหลี ก็เกาหลีเถอะ จันทบุรีก็มีกุญแจคล้องรักนะเออ

บริเวณลานจอดรถมีร้านขายของขายอาหารอยู่หลายเจ้าเลย 

เพื่อนบอกว่าสิ่งที่ห้ามพลาดคือ ปลาหมึกแดดเดียว และเป็นที่เสียใจหนักมาก เพราะนุ้ยพลาด 

ปลาหมึกแดดเดียวขายดีหมดเกลี้ยง .. ถ้าเพื่อนๆไปก็ลองชิมดูนะ 

แต่นุ้ยสำหรับนุ้ยได้ยำมะม่วงกุ้งสดย้อมใจ … แซ่บหลายเด้อค๊า

ในช่วงเที่ยงจบทริปสำหรับจันทบุรี  แต่ทริปของนุ้ยยังไม่จบขอแถมระหว่างทางขากลับให้อีกหน่อยกับจังหวัดระยอง

แวะทานอาหารเที่ยงกันที่  ร้านอาหารปลายระยอง อ.แกลง 

ร้านบรรยากาศดีมากอยู่ริมคลอง มีกระชังเลี้ยงปลาด้วย 

และนี่คืออาหารของเราในวันนนี้ 

มีอีกหนึ่งสถานที่ ที่นุ้ยอยากนำเสนอมากคือสะพานรักษ์แสม บ้านเนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง 

เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ไปเดินดูป่าชายเลน ดูปู ดูระบบนิเวศน์  ต้นลำพู ต้นโกงกาง 

และรับรองว่าจะถูกใจคนชอบถ่ายรูปแน่ๆ 

ปิดท้ายจริงๆ แล้วสำหรับทริปนี้ เอาใจคนรักทุเรียน กับ สวนบ้านเรา 

สวนที่มีทุเรียนสายพันธุ์แปลก เพราะสวนแห่งนี้มีชื่ออีกอย่างว่า สวนทุเรียนร้อยสายพันธุ์ 

ถ้ารักทุเรียนจริงๆ ต้องไปลองค่า …. 

ทุกครั้งของการเดินทาง  มันไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การท่องเที่ยว  แต่ยังมีอะไรที่มากกว่า

เราได้ประสบการณ์ ได้เจอมิตรภาพ ได้เรียนรู้วิถีชุมชน  ได้ยิ้มทักทายคนที่ไม่รู้จัก 

และได้เรียนรู้ว่าความสุขของชีวิต … มันหาได้ไม่ยากเลย  

>>> วันหยุดนี้ว่าง …จูงมือคนข้างๆ ออกมาเที่ยวกันนะคะ 

เพื่อนๆ ที่สนใจเที่ยวเมืองต้องห้ามพลาด สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวได้ที่

FB: เมืองต้องห้ามพลาด https://www.facebook.com/12citieshiddengems/?ref=bookmarks

หรือ เว็บไซต์ : http://www.เมืองต้องห้ามพลาด.com

 

 

Tags :

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : แฟนพาเที่ยว..จันทบุรี

1 ความคิดเห็น

  1. ประภัสสรา ทาทอง

    ตามรายละเอียดนี้ถือว่าสุดยอดมากค่ะ

    Reply