ศรีราชา..ทำไมพึ่งรู้จัก x Balcony Courtyard

 

ศรีราชา … ทำไมพึ่งรู้จัก ??

หลายคนอาจจะบอกว่า  ยัยนุ้ยใสใสนะแกร๊ .. อย่ามาแอ๊บ

ศรีราชา … พึ่งรู้จัก   >>  พูดมาได้นะแกร  ศรีราชามันใกล้กรุงเทพแค่นี้ เอง

 

แต่เอาจริงนะ  ไม่ได้แอ๊บ ไม่ได้ใส  ถามว่าเคยได้ยินชื่อศรีราชามั๊ย

ก็แหม่ซอสพริกดังออกขนาดนั้น   แต่เฮ้ย !! ศรีราชามันคือชื่ออำเภอว่ะ ไม่ใช้ซอสกินกับไข่

แต่จริงๆ นุ้ยกับต้นก็เคยได้ยินชื่อศรีราชามานานพอสมควร  แต่ไม่เคยจะเก็บชื่อนี้มาใส่ใจ

เพราะถ้าให้คิดถึงที่เที่ยวใกล้กรุงทีไร  …. พัทยาเลยคร๊า   ขับตรงดิ่ง ไม่แวะจอดป้ายไหนเลยสักที

จนวันนี้ …. วันที่มีคนมาชวนเที่ยวศรีราชา  อ้าว !! ศรีราชามีอยู่จริง

 

…… และพบว่า ศรีราชา ..เจ๋งอ่ะ ..ทำไมพึ่งรู้จัก ? …..

 

 

ทริปนี้เป็นทริป 3 วัน 2 คืน   นุ้ยเดินทางออกจากรุงเทพ ตั้งแต่เช้า

การตื่นเช้าในวันที่ออกเที่ยว และในวันที่ต้องทำงาน มันชั่งต่างกันมากนัก

เพราะวันที่ออกเที่ยว ไม่ต้องมีเสียงนาฬิกาปลุก  เราก็สามารถดีดตัวเองออกจากที่นอนได้อย่างรวดเร็ว และตรงเวลา

แพลนในการเที่ยวทริปนี้เป็นแบบหลวม ๆ ซึ่งจริงๆ ใกล้กรุง 2 วัน 1 คืน ก็พอนะ

แต่สำหรับเราสองคน ครั้งแรก อยากชิลล์ให้ถึงที่สุด

โดยทริปนี้เราเริ่มที่ Harbor Pattary  เพราะเห็นรีวิวมาเยอะเหลือเกินว่าที่นี้คือศูนย์การค้ามหาสนุก

และเมื่อจองที่พัก  Balcony Courtyard มี โปรโมชั่นแถมบัตรเครื่องเล่น ที่ Harbor Pattary  ด้วย

เราใช้เวลาอยู่ที่นั้น 1 วัน เต็ม วันต่อมาตะลุยเที่ยวศรีชา  วันสุดท้าย คือการพักผ่อน ชิลล์อยู่ที่โรงแรม

ถ้าพร้อมแล้ว เราออกเดินทางไปพร้อม ๆ กันเลย

 

 

Harbor Pattaya    ตั้งอยู่ที่พัทยากลาง  การเดินทางก็ไม่ยากค่ะ  

โดยเฉพาะคนที่จองที่พักไว้ที่  Balcony Courtyard มีรถรับส่งด้วยนะ

นุ้ยขอตั้งให้ ฮาร์เบอร์ พัทยา เป็นศูนย์การค้ามหาสนุก ความสุขสำหรับทุกคนในครอบครัว “The Family Paradise”

เพราะเป็นศูนย์ความสนุกในร่มไว้หลายรูปแบบมากที่สุดในประเทศไทย

ก็ไม่เคยคิดว่าจะเจอห้างฯ ไหน ที่จะมีเครื่องเล่นมากขนาดนี้ ที่สำคัญคืออยู่ในร่ม ไม่ร้อน ไม่ดำ แต่สนุกได้

ไม่ว่าวัยไหนๆ ก็มาสนุกที่นี้ได้  ไม่เฉพาะเด็กๆ นะ  วัยรุ่นอย่างเราๆ ก็มีเครื่องเล่นที่น่าสนใจเยอะเลย

 

 

ตอนนี้ที่ ฮาร์เบอร์พัทยา ฉลองครบ 1 ปี และ ต้อนรับซัมเมอร์  เปิดโซนใหม่ถึง 4 โซน

ได้แก่ Roller Land “โรลเลอร์แลนด์”  /  Laser Battle “เลเซอร์ แบทเทิล” /

The Rink Ice Skate ลานสเก็ตน้ำแข็ง / Snow Land “สโนว์แลนด์”

ยังแอบเสียดายวันที่นุ้ยไปเที่ยวพึ่งเปิดได้แค่ 2 โซนเท่านั้น  แต่ตอนนี้คงเปิดครบทุกโซนแล้ว

เม้าท์เยอะ บอกเยอะ … เบื่อแล้วใช่มั๊ย เพื่อไม่ใช้เสียเวลา  เราไปเริ่ม เล่นกันเลยดีกว่า

แบบคลิปก็มีนะจ๊ะ

 

นุ้ยขอเริ่มเล่นอย่างแรกวันนนี้ คือ   Laser Battle “เลเซอร์ แบทเทิล”

 

Laser Battle คือ เกมส์ต่อสู้ยิงปืนเลเซอร์ (Laser Tag)  บอกเลยว่า ของฮาร์เบอร์พัทยา จากผู้ผลิตอันดับ 1 ของโลก

Laser Arena ที่ทันสมัยที่สุดในไทย  ตั้งอยู่ที่ชั้น 7 นาจา

 

ชุดอุปกรณ์การเล่น (Battle Pack) รุ่น Helios Pro (เฮริออส โปร) เป็นรุ่นที่ดีที่สุดในโลก  ประกอบไปด้วย

Phaser (เฟเซอร์) ปืนยิงเลเซอร์ ลำแสง Laserใหญ่ที่สุดเห็นชัดกว่า 5 เท่า

ทำให้การเล่นตื่นเต้นกว่า และ Vest (เวสท์) เสื้อเกราะ

แยกเป็น 2 โซน สำหรับเด็ก และผู้ใหญ่  มีรูปแบบการเล่น ถึง 40 รูปแบบ

ราคาตามป้ายเลยนะคะ

 

แบ่งทีม ก่อนเริ่มเล่น  หลังจากนั้นลุย เลย Go Go Go

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แข่งเสร็จแล้วมีคะแนนโชว์ด้วย แน่นอนว่าทีมนุ้ยแพ้แบบราบาบ แต่อย่างน้อยนุ้ยก็ทำคะแนนได้ ตั้ง 3700

ขอบอกเลยว่าสนุกมาก เหนื่อยมาก เกมส์เดียวไม่พอ  ยิ่งมาเป็นแก๊งยิ่งสุด

 

Roller Land “โรลเลอร์แลนด์”

สำหรับนุ้ยเป็นจุดที่ท้าทายที่สุด  เพราะไม่เคยเล่นมาก่อนเลย  แต่สำหรับต้น  ป๊อด ไม่ยอมเล่นเช่นเคย

“โรลเลอร์แลนด์” ลานโรลเลอร์สเก็ตในร่ม แห่งแรกในภาคตะวันออก  ตั้งอยู่ที่ชั้นสาม

 

 

 

ราคาค่าเข้าเล่นสำหรับโซนนี้ตามป้ายเลยนะคะ

มีบริการเทรนเนอร์สอนฟรี 15 นาที  แต่ถ้าเราอยากให้เทรนเนอร์สอนแบบยาว ๆ ก็ได้น๊า แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

การเล่นจะมี 2 แบบ

แบบ Speed (เล่นความเร็ว) และ   แบบ Slalom (เล่นซิกแซคหลบสิ่งกีดขวาง)

เอาจริงๆ สำหรับนุ้ย เดินให้ได้ ก็เก่งแล้ว   บอกเลยงานนี้ทำให้รู้ว่าไม้อ่อนได้ง่าย ไม้แก่ดัดยาก

เจอเด็กๆ เล่นเก่งมาก   นุ้ยอายเลยค่าาา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โปรดอย่าถามว่านุ้ยล้มไปกี่รอบ  และโปรดอย่าถามว่าเดินได้ไกลสุดกี่เซนติเมตร

แล้วจะกลับมาแก้มือแน่ๆ    มีความแค้นอาฆาตอยู่ในจิตใจ 55555

Roller Land … นุ้ยจะมาเอาคืน 

 



 

ผ่าน โซนใหม่ไป 2 โซน  ทั้งเหนื่อยทั้งสนุก  ทั้งเจ็บตูด ขอแบรคไปหาอะไรอร่อยๆ ทานก่อน

อย่างที่บอกว่าที่นี้คือศูนย์การค้า นอกจากสวนสนุกแล้ว ยังมีร้านอาหารอีกเพียบ มีของให้ช็อปอีกเยอะ

 

วันนี้เลือกทานร้านนี้ละกัน ร้านสวยนั่งสบาย  กินง่ายๆ เสร็จเร็วๆ จะรีบไปเล่นต่อ เดี๋ยวหมดเวลาความสนุก

 

เห็นมั๊ยบอกแล้วว่าร้านสวยน่านั่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร้านนี้อาหารจะเน้นเป็นพวกสเต๊ก สปาเก็ตตี้   ได้อาหารเร็วมาก เพราะจำนวนโต๊ะ ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โอ๊ย !!!  ไม่ค่อยแน่ใจว่านั่นคือการกิน  จะกินอะไรเยอะขนาดนั้น  เราต้องหาทาย่อยด้วยการไปเล่นเครื่องเล่นต่อ

เพราะยังมีโซนเดิมที่ยังไม่ได้เล่นอีกตั้ง 3 โซน

เอ้า !! เริ่ม งานนี้ใครอ่อนแอก็แพ้ไปนะจ๊ะ  มาต่อช่วงบ่ายกันที่

Harbor Land “ฮาร์เบอร์แลนด์” สนามเด็กเล่นในร่มใหญ่ที่สุดในเอเชีย

ตอนแรกฟังก็ดูเว่อร์นะ  ใหญ่ที่สุดในเอเชียเลยเหรอ  แต่พอเข้าไปด้านในเท่านั้นแหละ

เฮัย  มันใหญ่จริงๆ สูงเท่ากับตึก 3 ชั้นเลยนะ  รอช้าไม่ได้แล้วต้องรีบเข้าไปเล่น

 

ฮาร์เบอร์แลนด์ นุ้ยว่ามันคุ้มมาก เล่นได้ยาวๆ ถึง 3 ชม. เลยนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในโซนฮาร์เบอร์แลนด์จะทำให้เราลืมเรื่องอายุไปได้เลย

เพราะจะได้ยินแต่เสียงหัวเราะ  ….. ด้านในจัดโซนที่นั่งไว้ให้ผู้ปกครอกเยอะเหมือนกัน

รวมถึงร้านอาหารเล็กๆ ขายเครื่องดื่ม และพวกขนม แซนวิช

สิ่งที่ห้ามพลาดโซนนี้ สำหรับคนอื่นไม่รู้

แต่สำหรับนุ้ย คือสไลเดอร์ ตัวนี้เลย  มันอยู่เหนือความคาดหมาย มาก

มันก็แค่สไลเดอร์ …. คือความคิดแรกก่อนเล่น

แต่พอเล่นจริง สำหรับนุ้ยมันตื่นเต้นมาก  อาจจะเป็นเพราะชุดที่ใส่ในวันนั้นเป็นผ้าลื่น ทำให้ลงเร็วและแรงมาก

แซงทุกคนแบบชนะขาดเลย

 

 

อีกอย่างคงเป็นโอนัทสไลเดอร์นี่แหละ ไม่ตื่นเต้นมาก แต่ได้รูปสวยๆ นะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Deep Climbing Gym  “ดีพ” ปีนหน้าผาจำลองในร่มแห่งแรกและแห่งเดียวในภาคตะวันออก

โซนนี้ เป็นโซนที่ท้าทายมากจริงๆ ดูในรูป รู้สึกจิ๊บ จิ๊บ มาก

พอเจอของจริงๆ เท่านั้น นุ้ยขออาสาเป็นคนนั่งถ่ายรูปเลยค่า

งานนี้ปล่อยให้ต้นผู้ชายแสนบึกบึนของเรา ปีนป่ายขึ้นไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ท่าสวย ได้ใจไป 1 ดวง   แต่ขอยึดใจกลับเพราะปีนไปได้ไม่ถึงครึ่ง

นายต้นก็ถอดใจกลับลงมา  555

 

Jump XL “จัมพ์ เอ็กซ์แอล”สนามแทรมโพลีนยอดนิยมอันดับ 1 จากยุโรป

ตอนแรกๆ ก็ไม่เข้าใจว่ามันสนุกตรงไหน กระโดดกี่รอบก็หน้าทิ่ม

แต่พอนั่งดูไปสักพัก  … ทำไมคนอื่นเก่งจัง เฮ้ย ! ท่ายากก็มา

ที่นี้แหละสนุกเลยค่า  ตั้งค่ากล้องไว้ให้แปะ ถ้ายากมา จัดไปโหมดออโต้เลย

กระโดดให้สุด ได้ภาพเด็ด ๆ มาตั้งโปรโไฟล์กันแน่ๆ   สนุกและเหนื่อยสุดๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

และมี   มี Zone Ninja Course  สาขาแรกในประเทศไทย  บอกเลยจ้า ความยากระดับ 10

ใครสามารถทำได้ครบทุกฐาน นี่คือเก่งมาก

 

หนึ่งวันผ่านไปเต็มๆ กับ ฮาร์เบอร์พัทยา   ทั้งสนุก ทั้งเหนื่อย แต่ชอบนะต้องกลับไปแก้มืออีกหลายโซนเลย

และต้องกลับไปเล่น The Rink Ice Skate ลานสเก็ตน้ำแข็ง / Snow Land “สโนว์แลนด์”

 

ตอนเย็นนุ้ยออกจากฮาร์เบอร์พัทยา ก็เข้าที่พักเลยค่ะ

ที่พักของนุ้ยครั้งนี้อยู่ที่ศรีราชา ชื่อว่า Balcony Courtyard  หลายอาจจะสับสน

เอ๊ะ ! ชื่อ Balcomy Seaside ไม่ใช่เหรอ   ต้องบอกก่อนว่า Balcony มีสองที่

และครั้งนี้นุ้ยพักที่   Balcony Courtyard

 

 

มาถึงก็เช็คอินกันให้เรียบร้อย บริเวรล็อบบี้ค่อนข้างกว้าง โล่งโปร่ง เพดานสูง


 

 

 

 

 

 

 

 

ห้องพักของ  Balcony Courtyard มีทั้ง 3 Room Typ

แบ่งเป็น  One bed room  / Twin bed room / Two bed room

โดย one bed room จะแบ่งออกเป็น 4  แบบ   ซูพีเรีย  ดีลักซ์ ลักซ์ซัวรี่ และพรีเมีย

มีให้ห้องให้เลือกหลายแบบหลายสไตล์เลย

สำหรับนุ้ยทริปนี้พักห้องพรีเมียร 1 ห้องนอน ค่ะ

 

 

ห้องพรีเมียร์ จะมีพื้นที่กว้างตารางเมตร ถือว่ากว้างกำลังดีเลยค่ะ 

การดีไซน์จะมีเป็นผสมผสานหว่าง เรโทร และวินเทจเข้าด้วยกัน

จัดพื้นที่ใช้สอยห้องได้อย่างลงตัวพื้นที่โดยรวม ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือส่วนของห้องนอน และห้องนั่งเล่น

ในส่วนของห้องนอน จะมีโต๊ะเครื่องแป้งตู้เสื้อผ้า มีมุมทำงานเล็กๆ ใกล้ทีวี และห้องน้ำก็อยู่ในส่วนของห้องนอนด้วย

ส่วนที่สองห้องน้องเล่น จะมีทั้งโซฟา นั่งนอนดูทีวี โต๊ะทานอาหาร และส่วนของห้องครัว  มีของใช้ครบครัน

จาน ช้อน มี กระทะ ตะหลิว ไมใครเวฟ และเตา

 

 

สำหรับแขกที่พักห้องนี้ได้รับสิทธิพิเศษหลายอย่าง

ไม่ว่าจะเป็นกรณีไม่สะดวกทานอาหารเช้า สามารถสั่งอาหารเบนโต๊ะได้ล่วงหน้าทุกวัน

บริการผลไม้ ที่ห้องพักฟรีทุกวันอาทิตย์

 

 

หลังกจากเช็คอินน์ เก็บข้าวของ พักผ่อน หลายเหนื่อยจากการไปตะลุยเครื่องเล่น ที่ฮาร์เบอร์พัทยามาแล้ว

นุ้ยแทบจะไม่มีแรงออกไปไหนต่อ ก็เลยทานอาหารมื้อค่ำที่โรงแรมนี่แหละค่ะ

ที่นี้จะมีห้องอาหารเพียง  ห้องเท่านั้นชื่อว่า กองข้าว  ที่ให้บริการอาหารแบบครบทุกมื้อ

บุฟเฟ่ต์ อาหารเช้า : 05:00 AM – 10:00 PM

อาหารกลางวัน 11:00 AM – 02:00 PM

อาหารเย็น 04:00 PM – 10:00 PM

 

 

เป็นห้องอาหารขนาดใหญ่มาก เลยหล่ะค่ะ มีที่นั่งให้เลือกนั่งเยอะ ไม่ว่าจะเป็นแบบโต๊ะ หรือโซฟา

และยังมีโซนเอ้าท์ดอร์ ให้นั่งรับลม กันเย็นๆ อีกด้วย

 

 

เมนูอาหารหลักๆ ของที่นี้จะเป็นอาหารไทย และอาหารญี่ปุ่น

วันนี้จัดเต็มกันด้วยอาหารญี่ปุ่นละกัน

เมนูโปรด ทาโกยากิ

 

ชุดข้าวหมูกระทะร้อน

เซ็ตปลาดิบ  เนื้อปลาดีงาม ฟินมาก ๆ

 

 

หลังจากมื้อเย็นผ่านไป ตอนแรกก็ตั้งวงเม้าท์มันกันที่ห้อง แต่พอลองขึ้นไปดูที่สระว่ายน้ำ

วันนี้ปลอดคนมาก เพราะทุกคนพากันไปอยู่ที่ห้องอาหาร  เพราะฉะนั้นสระว่ายน้ำก็เป็นของเรา

สระว่ายน้ำกว้างเลยทีเดียว แนะนำเลยว่า ถ้าใครอยากเล่นน้ำ แบบคนน้อยๆ ต้องตอนค่ำๆ นะคะ

เล่นเพลิน  ก่อนจะหอบร่างที่หมดแรงไปหลับต่อที่ห้อง


 

เช้าวันนี้นุ้ยต้องใจจะออกไปเที่ยวรอบๆ ศรีราชา ชื่อนี้มีอะไรน่าสนใจบ้างน๊า เราต้องมาทำความรู้จักกันสักหน่อย

แต่ก่อนเที่ยวต้องเติมพลังท้องไปให้เต็มอิ่มนะคะ

 

 

ลงมาด้านล่างตึก ก่อนไปทานอาหาร พึ่งสังเกตุว่ามีล็อบบี้เล็กๆ สำหรับตึกห้องพักพรีเมียร์

ที่ไว้บริการชา กาแฟ  ขนม และผลไม้  และในตอนเช้าจะมี อาหารเช้าแบบมินิๆ บริการด้วย

อย่างแซนวิช ผลไม้ อะไรประมาณนี้

 

อย่างที่บอกว่า ห้องอาหารที่นี้มีห้องอาหารเดียวคือ กองข้าว

แม้จะเป็นห้องอาหารเดียวกัน แต่ตอนเช้าก็ดูแปลกตา เพราะมีไลน์อาหารเพิมเข้ามาด้วย

อาหารมีความหลากหลายพอสมควรเลยทีเดียว มีทั้งอาหารไทยร้อน อาหารญี่ปุ่น  และเมนูไข่ แซนวิชต่าง

เครื่องดื่มหลากหลาย โซนสลัดมีผักให้เลือกมากมายเลยทีเดียว  มีน้ำเต้าหู้ด้วยนะเออ คนรักสุขภาพ ชอบแน่ ๆ


 

 

เติมพลังเช้ากันเรียบร้อย ได้เวลาออกเที่ยว

ก็นั่งเอ่อๆ กันอยู่พักหนึ่ง และสรุปกันได้ว่า ขับรถออกไปเรื่อยแถวบางพระก่อนละกัน

และแล้วก็ได้เจอกับร้านกาแฟร้านหนึ่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์สีเหลืองอ๋อย ริมทะเล

ด้วยสายตาที่ยาวไกลของเพื่อนสาว ขี้นิ้วไปอย่างรวดเร็ว  นั่นคืออะไร ไปกันมั๊ย

ซึ่งตอนที่เห็นไกลมาก เพราะอยู่อีกโค้งของถนน ห่างออกไปอีกเป็นกิโล

และเราก็เกือบหลง เพราะหาไม่เจอ  ก็เลยชะลอรถชนิดแทบคลานกันเลยทีเดียว พบว่า

ตู้คอนเทนเนอร์สีเหลืองอ๋อยริมทะเลนี้ตั้งอยู่ในบริเวณร้านอาหารครัวมารีน

ถ้าหากเพื่อนๆ อยากไปที่ลองสังเกตุร้านครัวมารีน  

ชื่อร้านจะเป็น coffee marien นะคะ

มาดูบรรยากาศในร้านกัน

แม้จะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ แต่ด้านในไม่อึดอัด เพราะ มีจำนวนโต๊ะไม่เยอะมาก

หากเป็นตอนเย็นๆ จะวิวสวยมาก และมีที่นั่งแบบเอ้าท์ดอร์ด้านนอกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้บริการทั้งเครื่องดื่ม ร้อนเย็น และขนม สำหรับรสชาติ เครื่องดื่ม  กลมกล่อม ดีงาม


 

สั่งขนมมาสองอย่าง เครปเค้ก และบลูเบอรี่ชีสพาย

แต่นุ้ยได้ชิมแค่เครปเค้กอย่างเดียว ตัวเนื้อแป้งไม่ได้นุ่มถึงขั้นละลายในปากนะ

แต่ซอส หวานอมเปรี้ยว อร่อยมาก   ทำให้เค้กชิ้นได้คะแนนเลยทีเดียว

 

 

สำหรับนุ้ยร้านนี้ถูกใจเลย  ชอบอารมณ์ นั่งมองทะเลกับกาแฟแก้วโปรดแบบไม่ร้อนออกมั๊ย

แบบนี้นะนั่งได้ทั้งวัน ขอหนังโปรดสักเล่มด้วย   แต่จะนั่งทั้งวันก็เกรงใจเจ้าของร้าน

จะนั่งทั้งวัน ก็จะไม่ได้เที่ยวที่อื่น  เอาเป็นว่า จะกลับมาหาใหม่ละกันนะ

 

ก่อนออกจากร้านกาแฟน ก็คุยกันจะเอาไงต่อดีน๊า

การไปเที่ยวที่ ที่เราไม่เคยไปมาก่อน มันคือความสนุกอย่างหนึ่งในการจะต้องหาว่า

เราจะไปที่ไหนดี  ทุกที่ทำให้เราตื่นเต้นได้หมด  สวยไม่สวยไม่รู้ แต่ถ้ายังไม่เคยไป ก็อยากไปหมด

จู่ๆ ก็มีคำถามขึ้นมาว่า  สวนสัตว์เขาเขียวไม่ต้องไปหรอกเนอะ  … น่าจะเคยไปกันแล้ว

… นุ้ยก็ตาลุควาว… แล้วบอกว่า

*** เคยไป แต่จำความไม่ได้ว่าไปตอนไหน นั่นคือนานมากแล้ว 20 ปีได้แล้วมั้ง

นั่นไงรู้อายุกันเลยทีเดียวว่า นุ้ยนี่คือมนุษย์ป้า  เลยทำให้สวนสัตว์เขาเขียวเข้ามาอยู่ในทริปแบบงง ๆ

และเพิมเติมอ่างเก็บน้ำบางพระเข้าไป เพราะเสิร์ชหาแล้วเจอรูปสวยๆ

 

ถ้าถามนุ้ยว่าอ่างเก็บน้ำบางพระ มีอะไรเหรอ ? ไปทำไมอ่ะ ?

คำตอบคือ ไม่มีอะไร ? ไม่รู้เหมือนกันว่าไปทำไม ? ….. แต่….ไปแล้วชอบ

 

 

ชอบเพราะแบบนี้

 

แบบนี้ก็ชอบ

 

แบบนี้ยิ่งชอบ

 

 

เจอแบบนี้ไม่รักได้ไงเนอะๆ ..

 

ที่สุดท้ายของวันนี้ รู้สึกว่าเรามีเวลาเหลือมาที่นี้น้อยจัง  อันที่จริงอยู่ได้เป็นวันๆ เลยนนะนี่

สวนสัตว์เปิดเขาเขียว  ตั้งอยู่ที่ตำบลบางพระ ห่างจากอ่างเก็บน้ำไม่ไกลนัก  เป็นสวนสัตว์เปิดขนาดใหญ่

ที่เท่าเอานุ้ยตื่นตาตื่นใจ ความรู้สึกต่างกับไปเที่ยวสวนสัตว์อื่นๆ

ความรู้สึกเหมือนเราเชยๆ ยังไงไม่รู้  ทำไมถึงไม่เคยไป

 

 

เวลาทำการ เปิดเวลา 08.00 – 18.00 น.-

ค่าเข้าชม คนไทยผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 20 บาท  (ผู้มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป คนพิการ พระภิกษุสามเณร เข้าชมฟรี)

มอเตอร์ไซด์ 10 บาท รถยนต์ 50 บาท รถบัส 60 บาท

ช่วงกลางคืนมี ไนต์ซาฟารี วันละ 1 รอบ เวลา 18.00 ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

 

เวลาเที่ยวน้อย เดินเล่นแปบๆ ก็หมดเวลาแล้ว แต่ก่อนจะหมดเวลา ต้องดูให้เยอะที่สุด

เริ่มกันจาก ฟลามิงโก้   นกอะไรก็ไม่รู้ มีความรักในหัวใจ ปากชมพู ขาก็ยังชมพูเลย  >> มุกเสี่ยวมาก

 

 

แพนกวิน เป็นอีกหนึ่งสัตว์ ที่ทุกคนให้ความสนใจมาก โชคดที่นุ้ยไปทันรอบสุดท้ายของการแสดงพอดิบพอดี

เป็นแพนกวินสายพันธุ์เล็ก เดินกระดุ๊กกระดิ๊กน่ารักสุดๆ

 

 

ไปต่อกันที่ฮิปโป  นุ้ยไม่มีคำนิยามให้กับเจ้าฮิปโป ต้องมาดูเอง ว่ามันเป็นยังไง

บางครั้งการเข้าสวนสัตว์ ทำให้เราเหมือนเด็ก … จู่ๆ ก็กลายเป็นเด็กขี้สงสัย

และคำถามที่นุ้ยไม่ควรถามคือ ฮิปโปมันคือสัตว์บก หรือสัตว์น้ำ …

 

เจ้ายีราฟคอยาว กินไม่แบ่งใคร

ใครส่งอะไรให้ นางกินตัวเดียวเลย  เพราะตรงนั้นมีแค่นาง

นางไม่ได้คอยาวอย่างเดียวนะ แต่นางลิ้นยาวด้วยๆ แพลบๆ

 

ความตื่นเต้นของสวนสัตว์เขาเขียว คือการเป็นสวนสัตว์เปิด เหมือนเราได้เข้าใกล้โลกของสัตว์มากขึ้น

และน่าทึ่งที่สัตว์แต่ละตัว ดูคุ้นเคยกับคนมาก ไม่ตกใจ ไม่ตื่นตระหนก ไม่กลัวเลยแม้สักนิด

แต่กลับกลายเป็นเราซะอีกที่กลัว ….

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ช้างมีความรักนะเออ มาเป็นคู่

 

 

หมีควายตัวนี้ จะมีความน่ารักตอนใช้ต้นไม้เกาหลัง

 

ตอนแรกก็แอบคิดโง่ๆ แล้วเสื้อละ เขาจะเปิดใหม่

555 ++ ถ้าเปิดนี่คงวิ่งกันมันเลยทีเดียว   เพราะที่นี้มีสวนเสือ เสือเยอะมากหลายสายพันธุ์

 

 

และปิดท้ายวันนี้ด้วยมื้อเย็นที่ร้านติดดินซีฟู้ดส์  ร้านนี้แอบเล็งไว้ตั้งแต่ช่วงเช้าที่มากินกาแฟร้านครัวมารีน

เพราะอยู่รั้วติดกัน

ร้านบรรยากาศดีอยู่ริมทะเล และมีลูกค้าเวียนเข้าออกตลอดเวลา

แต่อาหารเสิร์ฟได้รวดเร็ว ทันใจคนหิว  ร้านเปิด 11.00-22.00 น.

 

ต้องบอกว่านุ้ยไม่ได้คาดหวังว่าร้านนี้จะอร่อยมากมาย แวะเพราะอยากกินอาหารทะเลเท่านั้น

แต่เฮ้ย คือดี คือดีจริงๆ ดีทั้งรสชาติ ทั้งบรรยากาศ และราคาที่ไม่แพงอย่างที่คิด

เริ่มจากเมนูเล็กๆ เรียกน้ำย่อย ยำสามไข่  ราคา 240.-

ไข่มาแบบเน้นๆ จริงๆ มีไข่แมงดาทะเล ไข่ปู และไข่ปลาเรียวเซียว

รสชาติของยำ อร่อยเลยทีเดียว

 

ปลากระพง ทอดยำสมุนไพร  380.-

ทอดได้กรอบนอกนุ่มใน ยำสมุนไพรรสชาติอรอ่ย สมุนไพรจัดเต็มมาก

ที่สำคัญราคาถูกมาก ถ้ากินภูเก็ตบ้านนุ้ยได้ราคานี้แน่นอน

 

ข้าวผัดโฮ๊ะ  จานกลาง  240.-

ดูผ่านๆ จานนี้ธรรมด๊า ธรรมดาเนอะ มันอร่อยนะจะบอกให้

เพราะจัดเต็มมาด้วยเนื้อกุ้ง เนื้อปู และไข่ปู และปลาเค็มทอด   ต้องลอง อร่อยจริงๆ ทุกคำจะมีเนื้อปู และไข่ปู

 

กุ้งอบวุ้นเส้นหม้อนี้ราคา 350.-

ตอนแรกก็ว่าแพงนะ  แต่จะบอกว่า เห็นกุ้งมั๊ย ตัวใหญ่ ขนาด 2 ตัว ปิดหม้อได้ทั้งหม้อนัด

มาทั้งหมด 5 ตัว และตัวใหญ่แบบนี้หมดเลย  วุ้นเส้นก็นุ่มมาก

 

ปิดท้ายด้วยต้มยำรวม  รสจัดจ้านมาก มีทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา หม้อนี้ 250.-

 

รวมมื้อนี้พร้อมเครื่องดื่ม น้ำเปล่า และเบียร์ 1645.-

ราคากับคุณภาพไปด้วยกันค่ะ อร่อย และคุ้มค่ะ

 

หมดกิจกรรมของวันนี้ สุดท้ายกลับมาพักที่โรงแรม

 

เช้าอีกวัน เป็นวันเดินทางกลับแล้ว  ก็แอบตั้งใจว่าจะข้ามไปเที่ยวเกาะสีชัง

แต่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ ฝนดันตกซะงั้น เอาไงละที่นี้  ทางเลือกมีไม่เยอะมาก คือกลับ และนอนเล่นต่อที่โรงแรม

ไหน ๆ ก็มาแล้วก็อยู่ที่โรงแรมนี่แหละ เพราะยังมีอีกหลายส่วนในโรงแรมที่ยังไม่ได้ไปใช้บริการ 

เริ่มจาก Social  lounge  ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ 5.00 -24.00 น กันเลยทีเดียว

ตอนแรกเห็นชื่อก็คิดว่าคงเป็นห้องนั่งเล่นอินเตอร์เน็ต   แต่พอเข้าไปดู

ห้องนี้เป็นเหมือนห้องนั่งพักผ่อน ห้องอาหารหนังสือ บรรยากาศเงียบ ๆ  ลูกค้าสามารถเข้ามานั่งเล่นกันในห้องนี้ได้

ในห้องจะมีเครื่องดื่ม ชา กาแฟ ขนมขบเคี้ยว บริการฟรีตลอดเวลา  รวมทั้งมีพนักงานคอยดูแลด้วย

และที่พิเศษ คือ เราสามารถมาสั่งชา กาแฟ จากห้องนี้ออกไปทานด้านนอกได้ด้วย

คือดี และเลอค่า ของฟรี คือนิพพาน สำหรับคนติดกาแฟแบบนุ้ย เพราะที่นี้เสิร์ฟทั้ง มอคค่า คาปู เอสเปรสโซ่  มีครบนะจ๊ะ

 

บรรยากาศก็ประมาณนี้เลย  มีทั้งแบบโต๊ะทำงาน และโซฟา เลือกนั่งได้ตามใจชอบ

หรือจะหยิบหนังสือมาอ่านก็ไม่ว่ากัน

 

ในบรรยากาศที่ฝนตกๆ แบบนี้

ออนเซนคือสิ่งที่ห้ามพลาด  ที่บ่อน้ำร้อน (Ofuro) อยู่ที่ชั้น 3 แบ่งแยกห้องชาย หญิง

สำหรับแขกที่พักในโรงแรม เราสามารถไปใช้บริการได้ฟรีเลยนะ

จันทร์ – ศุกร์ เปิดให้บริการ 17.00 – 24.00 น

เสาร์ – อาทิตย์ เปิดให้บริการ 8.00 – 24.00 น

ด้านในจะมีห้องแต่งตัว ล็อคเกอร์ไว้ให้เก็บของ

บอกไว้ก่อนนะว่า ที่นี้ต้องถอดเสื้อผ้าทั้งหมดเลยนะ


 

มีสนามพัตต์กอล์ฟ (Putting Green) นะเออ แต่ส่วนนี้น่าจะต้องมีเตรีมอุปกรณ์มาเอง

อยู่ใกล้ๆ กับสระว่ายน้ำ   นุ้ยว่าที่นี้นอกจากสวย แล้วยังคุ้มค่าอีกนะ  เพราะมีครบทุกเรื่องจริงๆ

 

 

ใกล้ๆ กันก็จะมีฟิตเนสมีห้องเล่นโยคะ และในห้องน้ำ ใกล้ฟิตเนสจะมีล็อคเกอร์ให้เก็บของ

พร้อมกับเตรียมอุปกรณ์อาบน้ำ ไว้ให้ด้วย   คือดี ไม่เคยเจอที่ไหนแบบนี้

 

สนามกอล์ฟจำลอง 3 เลน (Golf Simulator)  ก็มีให้เล่นฟรีด้วยนะ  แต่ต้องเตรียมไม้กอล์ฟไปเองนาจา

 

และชอบตรงที่มีมินิมาร์ทนี่แหละ ลืมของ หิว ไม่ต้องออไปเซเว่นเลย ในนี้มีครบ

และที่ชอบอีกอย่างคือ การที่โรงแรมไว้ใจลูกค้ามาก เพราะห้องนี้จะไม่มีคนเฝ้านะ

เราสามารถหยิบของ แล้วไปชำระเงินที่ล็อบบี้ได้เลย

แต่อยากให้ลูกค้าทุกคน น่ารักด้วยนะ หยิบก็ต้องจ่ายนะจ๊ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

มีสนามเด็กเล่นแบบเอ้าท์ดอร์ด้วย  แต่วันนี้ฝนตก ที่นี้จึงไม่ใช้เป้าหมาย 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และก็ออีกห้องที่นุ้ยชอบมากคือ ห้อง Family Club   เปิดให้บริการตั้งแต่ 8.00-21.00 น

ห้องนี้ต่างจากที่อื่นคือ เป็นห้องที่เหมาะกับทั้งครอบครัว  เป็นห้องที่ใหญ่ และกว้าง

เด็ก ๆ จะมีความสุขในห้องนี้ รวมทั้งผู้ปกครองด้วย  ระหว่างรอ ระหว่างเล่น ก็ไม่ต้องกลัวหิวนะ

เพราะมีเครื่องดื่ม และขนมเตรียมไว้ให้ มีทั้งโอวัลติลสำหรับน้องๆ และกาแฟ สำหรับผู้ใหญ่แบบเราๆ

 

 

แอบเนียนนั่งแอ๊บเด็กยาว ๆ ไป จนกว่าจะถึงเวลาเช็คเอ้าท์ 

 

เวลาผ่านไปแบบรวดเร็ว สำหรับ 3 วัน 2 คืน     รู้สึกยังขาดตอน ยังไม่อยากกลับ  

 

 

คล้ายกับว่าตอนนี้ เราได้ทำความรู้จักกับศรีราชาแล้วสินะ 

แต่…นุ้ยกลับรู้สึกว่า ยังรู้จักได้ไม่ดีพอ … เพราะฉะนั้น คงต้องมีวนเวียน กลับมาทักทายกันอีกแน่นอน 

ไม่เคยคิดว่า ศรีราชา  จะมีความฮิปสเตอร์  มีความญี่ปุ่น  มีความทะเล มีความสวนสัตว์

 มีที่พักดีๆ มีอะไรมากมายที่คาดไม่ถึง  

ศรีราชา ….. ทำไมพึ่งรู้จัก … ไม่งั้นคงตกหลุมรักไปนานแล้ว 

 

—————————-

ข้อมูลที่พัก 

Balcony Courtyard Si Racha Hotel & Serviced Apartments  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : ศรีราชา..ทำไมพึ่งรู้จัก x Balcony Courtyard

1 ความคิดเห็น

  1. Tanyamon

    ตามรอยรีวิวแน่นอน

    Reply