Phuket ไปอีกกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ x Cape Panwa Hotel

คงไม่ถามว่าใครอยากไปภูเก็ตบ้าง ..ยกมือขึ้น

แต่วันนี้จะถามว่าเคยไปภูเก็ตกันมาแล้วกี่ครั้ง

เพราะนุ้ยเชื่อว่า ภูเก็ตเป็นปลายทางในฝันของหลายคน

และหลายคนก็ไปซ้ำแล้วซ้ำอีก Phuket ไปกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ จริงมั้ย

..

นอกจากทะเลที่สวยมาก อาหารที่แสนอร่อย ความฮิปความชิคที่ซ่อนอยู่ตามมุมเมืองแล้ว

ก็ยังมีที่พักเริ่ดๆ สวย ๆ ให้เราเลือกพักได้มากมาย

ทริปนี้นุ้ยจะพาทุกคนไปพักผ่อนกันแบบฟินๆ ริมหาดสวยตื่นเช้าดูแสงอาทิตย์กันที่  Cape Panwa Hotel

เริ่มต้นทริปนี้กันด้วยการเพิ่มความหวานให้กับชีีวิตกันก่อนสักหน่อย

กับร้าน Café Kantary ซึ่งต้องอยู่บริเวณแหลมพันวา ใกล้ๆ กับทางขึ้นเขาไปโรงแรมนี่แหละค่ะ

บรรยากาศในร้านก็ประมาณนี้ค่ะ ฟ้าๆ ขาวๆ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้

จะมีที่นั่งทั้งหมด 3 โซน คือโซนที่นุ้ยนั่งอยู่ เป็นโซนห้องปลาหมึกที่ทำใหม่   โซนหน้าเคาน์เตอร์เบเกอรี่

และโซนเอาต์ดอร์ รับลมทะเล

แค่หน้าเคาน์เตอร์ ก็ทำเอาใจแทบละลาย น่าหม่ำทุกอย่างเลย

จากที่เคยลองมา เบเกอรี่อร่อยสุดๆ  ไอศกรีมโฮมเมดก็อร่อยไม่แพ้กัน คุกกี้ก็เริ่ด

เริ่มความอร่อยของวันนี้กันด้วย 

Banana Salted Caramel Black Toast  

คือความดีงามความละมุน Black Toast  กรอบนอกนุ่มใน

กับซอสคาราเมลเยิ้มๆ โอ๊ย ! ฟิน

strawberry crumble pancakes เป็นเมนูที่ต้องสั่ง

แพนเค้กนุ่มๆ ร้อนๆ ราดด้วยซอสสตรอว์เบอร์รี่ และไอศกรีม  รับประกันความอร่อย

……….

เพิ่มความหวาน และพลังน้ำตาลอย่างเต็มที่ ไปเช็คอินที่โรงแรมกันต่อเลย

อย่างที่บอกว่าครั้งนี้เรามาพักกันที่โรงแรมแคปพันวาเนอะ

โรงแรมตั้งอยู่บริเวณแหลมพันวา เป็นทำเลที่นุ้ยชอบ ใกล้ทะเล ใกล้เมือง

และพื้นที่ของโรงแรมเองก็มีหาดส่วนตัวที่ยาวมากๆ

..

ล็อบบี้สวยมาก  มีน้องปลาแหวกว่ายเต็มเลย

ห้องที่พักวันนี้เป็นห้อง Cape Signature Suite

พื้นที่โดยรวมของห้องกว้างถึง 78 ตารางเมตร เลยนะ

โทนสีห้องจะเน้นที่ผนังสีขาว และเฟอร์นิเจอร์ไม้

และเพิ่มเติมความหวานของห้องด้วยสีฟ้า จากหมอนอิง

ห้องนี้จะแบ่งพื้นที่หลักๆ ออกเป็น  3 ส่่วน ส่วนแรกจะเป็นเหมือนห้องโถงใหญ่

ซึ่งส่วนนี้จะมีเตียงนอน  และโซฟานั่งเล่นแสนนุ่ม

ส่วนที่สอง จะเป็นส่วนของระเบียง  มีโซฟาให้นั่งรับลมชมวิว ดูดาว ดูทะเล

และจากุซซี่สุดเซ็กซี่ ที่ตั้งอยู่ริมระเบียง นอนฟินดูทะเลอันดามัน

และส่วนสุดท้ายจะเป็นห้องน้ำห้องแต่งตัว

แม้ว่าจะมีจากุซซี่อยู่ตรงระเบียงห้องแล้วก็ตาม

ในห้องน้ำยังมีอ่างอาบน้ำอีกด้วย

วันนี้นุ้้ยเลือกทานมื้อเย็นที่โรงแรม เพราะเป็นวันแรกของการเดินทางมาถึง

ไม่อยากออกไปไหนให้เหนื่อย  และจากที่เคยทาน จำได้เป็นอย่างดีเลยว่า ห้องอาหาร PANWA HOUSE

เป็นห้องอาหารไทยที่รสชาติอาหารถูกปากมาก  และเป็นห้องอาหารที่สวยมาก

PANWA HOUSE  เป็นห้องอาหารที่ตั้งอยู่ริมทะเลในบริเวณ โรงแรมเคปพันวา

จะเป็นบ้านแนวชิโนโปตุกีส  เป็นสีขาวทั้งหลัง แต่งด้วยบานหน้าต่าง และประตูไม้สีเขียว

เปิดให้บริการเฉพาะมื้อดินเนอร์เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 18.30 น. – 23.00 น.

PANWA HOUSE ได้รับเลือกให้เป็นสุดยอดร้านอาหารประจำปี 2017

เป็น 1 ใน 230 ร้านอาหารสุดยอดทั่วประเทศ “Thailand tetler Best Restaurant 2017”

ด้านในตัวบ้าน ยังคงมีความเป็นชิโนโปตุกีสแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง พื้นกระเบื้อง

.

แต่ที่เพิ่มเติมเข้ามา ก็คงเป็นพวกโต๊ะเก้าอี้ เพราะบ้านพันวาหลังนี้ได้กลายเป็นร้านอาหารนั่นเอง

ในวันที่ฟ้าสดใสอากาศดีๆ

แนะนำให้เลือกนั่งบริเวณหน้าบ้านเลยค่ะ ลมพัดเย็นๆ ฟังเสียงคลื่นกระทบหาด

.

ทานอาหารไทยก็ต้องทานคู่กับเครื่องดื่มไทยๆ น้ำมะตูม และน้ำกระเจี๊ียบ

อาหารที่นุ้ยสั่งวันนี้มี  2 แบบค่ะ แบบแรกอยากนำเสนอมาก

ซึ่งจะเป็นเมนูเซ็ต จะมีเซ็ตภาคกลาง และเซ็ตภาคใต้ นุ้ยก็สั่งมาทั้ง 2 แบบเลย

ตั้งใจว่าทานคนละเซ็ต ราคาเซ็ตละ 1,400 บาท

ในแต่ละเซ็ตจะเริ่มต้นด้วย Appetizers ซึ่งมีให้เลือกระหว่างยำผลไม้ และยำวุ้นเส้นค่ะ

นุ้ยเลือกเป็นยำวุ้นเส้น

อาหารที่อยู่ในเซ็ตจะเสิร์ฟมาพร้อมกันคล้ายขัันโตก

เริ่มกันที่เซ็ตภาคกลาง รายการเมนูอาหาร

มีต้มยำทะเล

แกงเผ็ดเป็ดย่าง

ยำผักบุ้งกรอบไก่และกุ้ง

ไก่ห่อใบเตย

ทอดมันกุ้ง

และข้าวสวย

เซ็ตภาคใต้มีรายการอาหาร

ปูผัดผงกะหรี่

กุ้งทอดซอสมะขาม

แกงส้มปลาแซลม่อนยอดมาะพร้าวอ่อน

น้ำพริกกุ้งเสียบพร้อมผัก

ปลาทอดตะไคร้

และข้าวสวย

ปิดท้ายด้วยของหวาน มีให้เลือก เชอร์แบทมะขาม บัวลอย และไอศกรีม

และนี่คือทั้งหมดของเมนูอาหารที่เสิร์ฟมาเป็นเซ็ต รวมทั้งเครื่องดื่มด้วย และข้าวสวยเติมได้ไม่อั้น

หรือจะสั่ง 1 เซ็ตมาทาน 2 คนก็ได้นะ เพราะในเซ็ตอาหารที่เสิร์ฟมาถ้วยใหญ่ จานใหญ่ทั้งนั้นค่ะ

แต่สำหรับวันนี้ยังไม่จบค่ะ

ขอนำเสนอเมนูอาหารที่ไม่ได้อยู่ในเซ็ตด้วย

เมนูแรกน้ำพริกกุ้งเสียบ เสิร์ฟมาแบบยกครกเลยจ้า

กัั้งน้ำปลาหวาน เมนูนี้เด็ดจริงๆ ต้องสั่งเลยนะ อร่อยมาก

ปลากะพงต้มยำแห้ง  แซ่บมาก

เป็นเมนูดัดแปลงเก๋ๆ แต่อร่อยมาก

หลังจากทานอาหารที่อร่อยมาก แต่ก็อิ่มมากเช่นกัน

ก่อนเข้านอนคืนนี้ นุ้ยขอไปใช้สิทธิ์บัตร Welcome drink สักหน่อย ซึ่งตอนเช็คอิน จะได้รับมาคนละ 1 ใบค่ะ

เพื่อนำไปแลกเครื่องดื่ม เราสามารถแลกได้ทั้ง ไวน์ เบียร์ และน้ำผลไม้

นุ้ยนำมาแลกที่  Top of the Reef เป็นห้องอาหารฝรั่งเศส

และติดๆ กันจะเป็นลาน  wedding terrace สวยมากเลยทีเดียว

ทำให้ช่วงเวลาแบบนี้ชิลล์ได้อีก

ค่ำคืนแรกในภูเก็ตผ่านไป แบบชิลล์ๆ  อากาศดีๆ ดาวๆ สวย ๆ นุ้ยหลับฝันหวานจนถึงเช้า

แต่ภาพที่เห็นนี้เป็นฝีมือของต้น ตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง  ตื่นมานั่งรอพระอาทิตย์ขึ้น

และได้ภาพนี้มาจากระเบียงหลังห้อง มันสวยมาก

นุ้ยแบบโกรธเบาๆ ที่ไม่ยอมปลุก

จนถึงตอนนี้ตอนที่ตะวันโด่ง โผล่พ้นขอบฟ้าสาดแสงลอดประตูเข้ามา นุ้ยก็ยังคงนอนอยู่

ก็ที่นอนมันนุ่มนี่นา

เช้านี้เป็นอีกวันทีอากาศในภูเก็ตดีมากๆ

ดีซะจนอยากออกไปเกาะไปดำน้ำ

หลังจากที่ยอมลุกจากที่นอนได้

สิ่งแรกที่ยอมทำหลังจากอาบน้ำนั่นคือการไปทานอาหารเช้า

วิถีคนจะผอมเนอะ ตื่นปุ๊บ กินปั๊บ

อาหารเช้าของที่นี่ยังคงดีไม่เปลี่ยนไปเลย

อาหารเยอะหลากหลาย โซนสลัดมีผักหลากชนิด  โซนอาหารร้อนก็เยอะซะจนเลือกไม่ถูก

ผลไม้ก็มีไม่ต่ำกว่า 5 ชนิด   ยังจะโซนเบเกอรี่  เครื่องดื่ม และพวกธัญพืชต่างๆ อีก

อิ่มท้องแล้ว  เช้านี้ความร่าเริงก็เพิ่มทวีคูณยิ่งขึ้น

นั่งรถรางลงไปหน้าหาดกันดีกว่า

การไปหน้าหาด เราจะเดินลงไปก็ได้นะคะ   แต่ที่นี่มีบริการรถรางด้วย

ตอนขาลงไม่เท่าไหร่ แต่ตอนขาขึ้นนี่ช่วยเบาแรงไปได้เยอะเลยล่ะ

อากาศดีสุดๆ ไปเลย จะมีที่ไหนทะเลสวยแบบภูเก็ตบ้างมั้ยน๊า

เดินเล่นไปเรื่อยๆ จนถึงท่าเรือ

นี่ก็เป็นอีกจุดที่มีเสน่ห์  ไปจนสุดทาง เดินลงบันไดไปอีกนิด เราจะเห็นปลาเต็มไปหมดเลย

ลองเดินไปดูกันนะ

เริ่มสายๆ หน่อยวันนี้ขอออกไปสำรวจแลนด์มาร์คภูเก็ตซะหน่อย

บอกแบบนี้ก็รู้เลยใช่ม่ะ ว่าจะไปแหลมพรหมเทพ

จริงๆ ก็ไปบ่อยนะ แต่จะไปเฉพาะช่วงเย็น รอดูพระอาทิตย์ตก รอบนี้ขอไปตอนกลางวันบ้าง ดูสิว่าจะสวยสู้ตอนเย็นได้มั้ย

มันคนละอารมณ์กัน  เลยตอนเย็นจะโรแมนซ์ ๆ หน่อย

แต่ตอนกลางวันนี่สดใสสุดๆ และร้อนสุดๆ เช่นกัน

ใกล้ๆ กับแหลมพรหมเทพ จะมี 1 จุด ที่นุ้ยชอบมาก นอกจากจะเป็นจุดที่วิวสวยอากาศดีแล้ว

ที่นี่ยังเคยเป็นสถานที่ ที่นุ้ยกับต้นมาถ่ายพรีเวดดิ้งด้วยน๊า

ที่นั่นก็คือ จุดชมวิวกังหันลมนั่นเอง

ชีวิตจะมีความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทอง

แต่มันขึ้นอยู่กับว่า … เราใช้ชีวิตอยู่กับใคร

ใกล้เที่ยง เราขับรถกลับมายังที่พัก ….

เพราะในขณะที่ฟ้าสดใส อากาศก็ร้อนมากเช่นกัน  กลับมาพักสักหน่อย น่าจะดี

..

แต่พอกลับมาถึงโรงแรม  เห็นหาด เห็นสีน้ำทะเล ก็อดไม่ได้ที่จะลงไปเดินเล่นที่หาดอีกอยู่ดี

แต่จริงๆ นุ้ยเอาทะเลมาเป็นข้ออ้าง  …  เพราะนุ้ยหิว และเล็งห้องอาหาร Bamboo Bar ไว้นั่นเอง

Bamboo Bar เป็นห้องอาหารที่เปิดให้บริการเฉพาะในช่วงกลางวัน

ตั้งแต่ 9.00  – 18.00 น .   ซึ่งในส่วนนี้ ทางโรงแรมไม่ได้เปิดให้ลูกค้านอกเข้ามาทาน

เพื่อสงวนสิทธิ์ความเป็นส่วนตัวของแขกในโรงแรมนั่นเอง

รับมะพร้าวสดๆ เย็นๆ สักลูกมั้ยคร๊า

Paprika Twister   ราคา 130 บาท

เฟรนซ์ฟรายรสปาริกา มาพร้อม ซอส 3 อย่าง จิ้มเพลินมาก

chicken Ceasar Salad  ราคา 250 บาท

.

Beef burker

Creamy Alfredo Penne in Mushroom sauce   ราคา 270 บาท

Andman Squid & Prawn With Lemon Butter Sauce  ราคา 290 บาท

นุ้ยคิดว่าเมนูนี้จะเป็นเมนูทานเล่น  ตอนมาเสิร์ฟ แอบอึ้งนิด ๆ เพราะเราสามารถทานจานนี้จานเดียว แล้วอิ่มได้เลย

เพราะเสิร์ฟมาพร้อมข้าวผัดด้วย

ก่อนจะกลับไปพักผ่อน นอนสักงีบในห้อง  เดินเล่นริมทะเลอีกสักรอบ

มันห้ามใจไม่อยู่จริงๆ

ในช่วงบ่ายนุ้ยได้มีโอกาสเข้าไปดูห้องอีกหนึ่งแบบของเคปพันวา 

เป็น Room Type ที่ใหญ่ที่สุดชื่อว่า The Cape Absolute Suite

ขนาดกว้างที่ 530 ตารางเมตร รวมสระว่ายน้ำ 90 ตารางเมตร

มี 2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องทานอาหาร 1 ครัว 1 สระว่ายน้ำ และยังมีห้องสปาส่วนตัวอีกด้วย 

.

.

บริเวณห้องนั่งเล่น

 

ห้องนอนห้องแรกจะอยู่ชั้นเดียวกับห้องนั่งเล่น 

ห้องนี้จะเน้นไปที่โทนสีขาว แซมด้วยสีฟ้าอ่อนๆ บวกกับผนังไม้แกะสลักสีขาว 

ทำให้ห้องนี้ดูหวานชะมัด 

เดินไปดูห้องนอนอีกห้อง อยู่ชั้นบน ทางเดินขึ้นบันไดสวยมาก อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปสักรูป 

และนี่คือห้องนอนห้องที่สอง ซึ่งห้องนอนทั้งสองห้องจะเห็นวิวทะเลเหมือนกัน 

ห้องนี้ค่อนข้างมีสีสัน มีเหลืองพาสเทล ชมพูพาสเทล และลวดลายที่เพิ่มเข้ามา

เก๋ ๆ หวานๆ ฮิปๆ ดีนะ 

ส่วนของห้องอาหาร และสระว่ายน้ำจะอยู่ด้านนอก 

ทำให้ห้องนี้เห็นวิวได้แบบ 360 องศา เห็นทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกเลยจ้า 

ปิดท้ายทริปนี้กันด้วยอาหารหรูๆ จากห้องอาหาร Top of the Reef 

เปิดให้บริการเฉพาะมื้อดินเนอร์ ตั้งแต่เวลา 18.00-23.00 น .

บรรยากาศห้องอาหารก็จะหรูๆ เริ่ดๆ หน่อยน๊า 

เมนูนี้จำได้ว่าเป็นเมนูที่ชื่อยาวมาก จำชื่อเต็มๆ ไม่ได้ 

แต่จำรสชาติได้ดีเลยทีเดียว เนื้อหอยเชลล์เด้งๆ กับซอสที่กลมกล่อม 

ซีซ่าสลัด 

Bouillabaisse “Andaman”

Supreme De Canard A L’orange

เมนูนี้ของนุ้ยเอง เป็ดย่างกับซอสส้ม อร่อยละมุนเข้ากั๊น เข้ากัน 

Noix D’entrecote marchand de vin 

ชื่อดูเรียกยากสักหน่อย แต่จริงๆ จานนี้คือ ริบอายสเต็กกับซอสไวน์แดง 

เป็นเมนูที่ต้นสั่งบ่อยที่สุดแล้ว 

ขนมหวานที่ต้องใช้เวลา กว่าจะได้กิน  กับเมนู Crep Suzette 

ของอร่อยต้องอดทนรอนะคะ   แต่ไม่รอเปล่า เพราะเชฟจะมาทำสดๆ ต่อหน้าเราเลย 

ตื่นตาตื่นใจตอนไฟลุกนี่แหละ  แต่ผลลัพธ์ออกมาอร่อยเลยละ แป้งเครปนุ่มราสด้วยซอส หอมๆ และไอศกรีมวานิลา

.

ปิดท้ายด้วยเมนูพิเศษที่แขกทุกโต๊ะจะได้รับ 

จบลงแบบชิลล์ๆ  สำหรับทริปนี้  

บอกแล้วว่าภูเก็ตมาอีกกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ 

เพราะภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์  มองยังไงก็สวย  กินยังไงก็อร่อย  นอนยังไงก็สบาย 

มาใหม่ครั้งหน้าก็ยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะแยะมากมาย 

เพราะรอบนี้เราสองคนใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในโรงแรม แทบจะไม่ค่อยได้ออกไปไหน 

ก็ไม่รู้จะออกไปทำไม ในเมื่อ เคปพันวา มีหาดส่วนตัวทรายขาวละเอียด ห้องพักสุดแสนสบาย 

และยังมีอาหารที่อร่อย หลากหลาย ทั้งอาหารนานาชาติ และอาหารพื้นเมืองภูเก็ตที่ บ้านพันวา 

เที่ยวภูเก็ตครั้งหน้า … อย่าลืมคิดถึงเคปพันวานะเธอ 

 

ติดตามเรา 

Fanpage : https://www.facebook.com/MyLifeMyTravels

WebSite : www.mylifemytravels.com

Youtube : https://goo.gl/0bnw9a

Instagram: https://goo.gl/G7qsVC

สนใจติดต่องานได้ที่ mylifemytravels@gmail.com

หรือ โทร. 094-5929142

#แฟนพาเที่ยว #mylifemytravel #NuiKaTon #Coupletravelers

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : Phuket ไปอีกกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ x Cape Panwa Hotel