RAYONG MARRIOTT RESORT & SPA

หลายครั้งที่เราพยายามมองหาสิ่งที่เหมาะกับเรา

และหลายครั้งที่เรามองข้ามมันไป … เพราะคิดว่าไม่ใช่

RAYONG MARRIOTT RESORT & SPA

………………………………………….

ปลายทางของเราสองคน ในวันนี้อยู่ที่จังหวัดระยอง

นุ้ยกับต้น จะพาเพื่อนๆ ไปพักผ่อนชิลล์ๆ หรูๆ ใกล้ชิดธรรมชาติ

ห่างจากกรุงเทพเพียงแค่ 2 ชั่วโมงครึ่ง  นั่งคุยกันแปบๆ ร้องเพลงกันไปเรื่อยๆ  เดี๋ยวเดียวก็ถึง

คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Rayong Marriott Resort and Spa เป็นโรงแรมหรู

และคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า  มันไม่เคยอยู่ในสายตาเลย

เพราะปกติ ถ้าออกต่างจังหวัด นุ้ยกับต้น มักจะเอาตัวเองไปอยู่ในที่ ที่เรารู้สึกว่ามันชิลล์ มันฟิน มันอยู่กับธรรมชาติ

แต่แล้วเราก็ตัดสินใจมาที่นี้ ด้วยเหตผลว่า  อยากไปพักแบบไม่ไกลจากกรุงเทพ

ขอแบบไม่วุ่นวายเหมือนพัทยา  ขอมีอาหารทะเลอร่อย ขอแบบสบายๆ ไม่เน้นโฮมสเตย์นะ

ปลายทางจึงกลายมาเป็นจังหวัดระยอง  และถ้าไม่เลือกโฮมเสตย์

เราก็เลยขอกระโดดข้ามมาเป็นโรงแรมหรูเลยละกัน เพราะราคาก็ไม่แรงมาก  แต่อยู่ติดหาด

ซึ่ง Rayong Marriott Resort and Spa  ตั้งอยู่ที่ หาดวังแก้ว อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

เพื่อนๆ สามารถไปดูข้อมูลเพิ่มได้ที่นี่เลยค่ะ  https://www.facebook.com/MarriottRayong

รีวิวนี้นุ้ยจะเล่าเรื่องตามลำดับเหตุการณ์ และความรู้สึกเนอะ

เราไปถึงโรงแรมกันตอนประมาณบ่ายสอง  เพราะโรงแรมส่วนใหญ่จะให้เราเช็คอินได้ตอนบ่ายสอง

จะมีอยู่เพียงแค่บางโรงแรมเท่านั้นที่ให้เช็คหลังบ่าย 3  หรือ 4 โมงเย็น

.

ห้องที่นุ้ยกับต้นพักวันนี้   เป็น Room Type  Studio Corner Suite

ห้องกว้างมาก สวยมาก วิวดีมาก คือต้องบอกว่า วิวที่เรามองเห็นจากเตียงนอนคือพาโนราม่าสุดๆ

แต่รู้มั้ยสิ่งที่เราลืมทำคือ  ถ่ายรูปมุมนั้นมาฝากทุกคน  เพราะมัวแต่ตื่นเต้น และชอบสิ่งที่เห็น

 
ห้องนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน หลักๆ คือห้องนอน ห้องแต่งตัว  และห้องน้ำ
 

และนี่คือห้องแต่งตัว ข้าวของเครื่องใช้ แบบครบครันอยู่ในส่วนนี้

และเมื่อเข้ามาสู่ส่วนของ ห้องอาบน้ำ  ก็จะประมาณนี้ค่ะคุณ

amenities ของที่นี้คือชอบ เพราะเป็นของแบรนด์ THANN มันเป็นความชอบส่วนตัวเนอะ

และเชื่อว่าหลายๆ คนก็ชอบเหมือนกัน

และนี่คือว่าซีวิวค๊าคุณ  มันดีงาม วิวสวย เซ็กซี่ไปอีก

ขอข้ามช็อตไปเรื่องอาหารเช้าสักหน่อย

ที่น่าจะให้บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์  แต่ถ้าหากใครไม่อยากตื่นเช้า ไม่อยากลงไปห้องอาหาร

ก็จะมีบริการ Breakfast in room นะ  (แต่มีค่าบริการเพิ่มเติม โดยคิดจากเมนูที่เราสั่ง)

แต่มันก็จะให้อารมณ์ของการพักผ่อน ฮันนีมูลได้ดีเว่อร์

หล้งจากเช็คอินเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว ก็ชวนกันไปเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำ

เพราะที่นี้มีสระว่ายน้ำถึง 2 สระด้วยกัน

แต่เราก็มาติดกับดักของหวานอยู่ที่ ร้านกาแฟ Java+

เปรียบเสมือนคาเฟ่ในโรงแรมยังไง ยังงั้น   โทนสีจะเป็นโทนขาว และน้ำตาลอ่อน น่านั่งสุดๆ

ให้บริการทั้งเครื่องดื่ม และเบเกอรี่

มาถึงสระว่ายน้ำกันแล้ว   อย่างที่บอกว่าที่นี่จะมีสระว่ายน้ำ 2 สระ

ก่อนอื่นเรามาดูสระว่ายน้ำหลักกันก่อนละกัน เป็นสระว่ายน้ำที่ยาวมาก และไม่ได้แค่ยาวอย่างเดียว ยังกว้างอีกด้วย อยู่ติดหน้าหาดเลย

สไลเดอร์ดึงดูดใจสุดๆ  ดูเล็กๆ แบบนี้ ก็เรียกเสียงกรี๊ดได้เหมือนกันน๊า

เดินลัดเลาะหน้าหาดมานิดนึง  ก็จะมาเจออีกหนึ่งสระ

จะเรียกว่าสระเล็กก็ไม่ได้น๊า  เพราะถ้าให้ว่ายไปกลับคงไม่ไหว  แค่รอบเดียว นุ้ยก็ยังต้องหยุดพักครึ่งทางเลย

แม้จะไม่ใช้สระว่ายน้ำหลัก  แต่นุ้ยกลับชอบสระนี้มากกว่า

อาจจะเพราะค่อนข้างเงียบ คอนน้อย  และตัวสระขนาดยาวคู่กับหาดและทะเล

ชอบแบบนี้ ชอบความรู้สึกนี้

เหมือนเราหลุดมาอยู่อีกโลก ที่ไกลมากจากกรุงเทพ  แต่ที่นี่อยู่เพียงแค่ระยอง  มันดีต่อใจ

และในที่สุดก็อดใจไม่ไหว ที่จะกระโดดลงน้ำ  สระนี้นุ้ยครองจ้า

ถ้าถามว่าหาดนี้เล่นน้ำได้มั้ย เล่นได้นะคะ  แต่ต้องเป็นหาดโซนหน้าสระว่ายน้ำใหญ่

แต่หาดโซนหน้าสระว่ายน้ำเล็ก จะมีโขดหินค่อนข้างเยอะ

แต่นุ้ยกลับชอบ เพราะมันมีมุมให้เราถ่ายรูป

.

ชิงช้าก็มี

ตอนเย็นนุ้ยเลือกทานอาหารเย็นที่ห้องอาหาร  Fish Bar

เป็นห้องอาหารริมทะเล ติดกับสระว่ายน้ำ  คือตอบโจทย์มาก ชิลล์มาก

จะเป็นห้องอาหารแบบโอเพ่นแอร์  ให้เราเข้าถึงความเป็นทะเล และธรรมชาติได้เต็มที่

Appetizer มาเสิร์ฟก่อนเลยจ้า เป็นแบบไทยๆ เมี้ยงคำ

มาทะเลก็ต้องกินอาหารทะเล

เมนูแรกเป็นกุ้งทอดพริกเกลือ คือดีมาก อร่อยน้ำตาไหล อันนี้เว่อร์ไปนิด 555

แต่มันอร่อยจริงๆ สิ่งที่ทำให้รักจานนี้มากคือกุ้งโตตัว และสดมากๆ  สัมผัสได้ถึงสด เนื้อหวานเด้งอร่อยจริง ๆ

สายกุ้งตัวจริงแบบนุ้ย คอนเฟิร์ม

จานนี้เป็น seafood platter  จัดหนักจัดเต็ม กลัวเขาว่ามาไม่ถึงทะเล

กุ้ง หอย ปู ปลา กุ้ง ต้องมาครบทุกสายพันธุ์  บอกได้คำเดียวว่าฟิน อาหารทะเลสดมาก

แม้จะซีฟู้ดเลิฟเว่อร์มากขนาดไหนในมื้อนี้  แต่เราก็ยังขอแว๊บไปหาเมนูนี้  หมูคลุกฝุ่น ชื่อดูเกร๋ๆ นะคะ

แต่จริงๆ แล้วคล้ายๆ  ลาบหมูทอดอะไรประมาณนั้น เสิร์ฟมาได้กิ๊บเก๋ยูเรก้ามาก  โดยเราต้องมาเติมเครื่องปรุงเอง แล้วก็เชคๆ ในขวดโหล


….Day 2….


เริ่มกันที่อาหารเช้า ไสตล์บุฟเฟ่ต์นะคะ

ที่ห้องอาหาร C Salt Café  ซึ่งเป็นห้องอาหารแบบ All day Dining ให้บริการทุกมื้ออาหาร

คงต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่ทำให้นุ้ยทึ่งในไลน์บุฟเฟ่ต์ได้

คือมีหลายสเตชั่นมาก หลากหลายสุดๆ   เครื่องดื่มสั่งได้แบบร้อนเย็น  เอ่ยถึงเครื่องดื่มแล้วก็ขอต่ออีกสักนิด

คือสเตชั่น ชา  ดีมาก ดีแบบไม่รู้จะอธิบายยังไง ดีที่สุดเท่าที่เคยเจอมาละกัน แต่ต้นไม่ได้ถ่ายรูปมาให้  แอบเสียใจเบาๆ

ขอบอกก่อนว่าที่ถ่ายมาคือไม่ถึง 20% จากไลน์อาหารทั้งหมด  ไหนจะสลัด อาหารอินเดีย อาหารญีปุ่น  สเตชั่นโจ๊ก ที่หนักเครื่อง

ยังจะสเตชั่นก๋วยเตี่ยว ชีสต่างๆ มันเยอะจริงๆ

แม้วาทุกทริปจะเป็นการมาพักผ่อน  แต่เราก็ไม่ลืมที่จะเก็บบรรยากาศห้องพักอื่นๆ มาฝาก

ขอบอกเล่ากันก่อนอีกนิดว่าห้องพักของที่นี้มีทั้งหมด  250 ห้อง แบ่งเป็น 6 แบบ

ห้องดีลักซ์เมาน์เทนวิว 63 ห้อง

ห้องดีลักซ์โอเชียนวิว 112 ห้อง

ห้องพรีเมียร์โอเชียนวิว 12ห้อง

ห้องสวีทสตูดิโอคอร์เนอร์ 8 ห้อง

ห้องสวีทเตียงเดี่ยวโอเชียน 9 ห้อง

ห้องสวีทโอเชียน  1 ห้อง


ห้องแรกที่จะพาไปดูกัน เป็นห้องห้องดีลักซ์โอเชียนวิว  มีทั้งหมด 112 ห้อง มีทั้งแบบเตียงเดียวเตียงคู่

ขอดีของที่นี่คือทุกห้องจะมีอ่างอาบน้ำให้  แม้ว่าจะเป็นห้องเริ่มต้นก็ตาม

ต่อมาเป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดของที่นี่คือ และมีเพียงห้องเดียวเท่านั้นคือ  ห้องสวีทโอเชียน

กว้างมาก ถึง 130 ตารางเมตรเลยนะ  มี 1 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น  มีสระว่ายน้ำแบบซีวิวด้วยนะเออ

ห้องน้ำสวยมาก

และนี่คือสระว่ายน้ำของห้องนี่ เป็นสระว่ายน้ำแบบจากุซซี่ด้วยนะ

มาถึงห้องแบบสุดท้ายที่จะพาไปดูกัน เป็นห้องเริ่มต้น ชื่อว่า ห้องดีลักซ์เมาน์เทนวิว มีทั้งหมด 63 ห้อง

ขนาดห้องจะเท่ากับห้องดีลักซ์ซีวิว  ต่างกันแค่วิวเท่านั้น

สำหรับมื้อเที่ยงวันนี้ นุ้ยทานที่ห้องอาหาร C Salt Café

มีให้บริการอาหารทั้งแบบอิตาเลี่ยน อินเดีย และอาหารไทย  ประมาณว่านานาชาติว่างั้นเถอะ

เอาจริงๆ ม่ะ ว่าจำชื่อเมนูอาหารไม่ได้

รู้แค่ว่าจานนี้น่าจะประมาณสเต็กแซลม่อน  เหมาะมากกับสายสุขภาพ คลีนจริงๆ

สเต็กเนื้อของนายต้น ต้นบอกว่าอร่อยเนื้อนุ่ม

อาหารอินเดีย คือดีนะ  กลิ่นไม่แรง ไม่ฉุนมาก  มันดีสำหรับเราละกัน

ช่วงเวลาที่นุ้ยโปรดปรานที่สุด นั่นคือการทำสปา  

ก็บอกซ้ำๆ บ่อยๆ เนอะว่าชอบ  มันรู้สึกผ่อนคลายจริงๆ  ถ้าใครยังไม่เคยลองทำสปา แนะนำเลยนะ 

ค่ำคืนก่อนกลับของเรา ขอเปลี่ยนอารมณ์และบรรยากาศกันสักนิด 

นั่งดริ้งชิลล์กันที่ The lounge  อยู่ติดกับล็อบบี้เลยค่ะ  วิวสวยเลยทีเดียว(ถ้าหากเป็นกลางวัน) 

แต่นี่ยามค่ำคืน ก็จะเป็นอีกฟิลล์เนอะ 

ค็อกเทล Siganture ของที่นี่เลยค่ะ 

ตามด้วยพิซซ่ากระเพราะไก่ 

มีความกระเพราจัดจ้านมากไม่ผิดหวังแน่นอน  และไม่น่าเชื่อว่ากระเพราไก่ จะเข้ากับชีสได้ดี 

เสื้อร้องไห้จิ้มแจ๋ม คือถูกปากคุณผู้ชายบ้านนี้มาก มีความมิเดี้ยมนิดๆ  ยิ่งทำให้เนื้อนุ่ม และน้ำจิ้มรสเด็ดนุ้ยเฟิร์ม

และที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นช่วงเวลาของเราสองคน  

ทุกการเดินทาง ทุกการพักผ่อนย่อมมีวันเลิกรา 

จงใช้เวลากับสิ่งให้คุ้มค่า และยาวนานที่สุด   จะได้ใช้เก็บพลังกาย พลังใจ 

เพื่อไปรับมือกับงาน และความวุ่นวายในเมืองกรุงต่อไป   

ติดตามเรา  Nui ka ton แฟนพาเที่ยว  

Fanpage : https://www.facebook.com/MyLifeMyTravels

WebSite : www.mylifemytravels.com

Youtube : https://goo.gl/0bnw9a

Instagram: https://goo.gl/G7qsVC

….

สนใจติดต่องานได้ที่

E-Mail :  mylifemytravels@gmail.com

Tel.  :  094-5929142

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : RAYONG MARRIOTT RESORT & SPA

1 ความคิดเห็น

  1. Pikulthong CatLover

    สวยน่าพักทุกห้องเลยค่ะ ชอบตรงมีอ่างทุกห้อง ชอบๆ
    อาหารหลากหลายหน้าตาน่าทานทุกอย่าง บรรยากาศ วิวเลิศค่ะ

    Reply