ลั๊ลล๊า…@..ลันตา (แล้วลันตามีอะไร)

ลันตามีอะไร…?   นี่คือคำถามที่นุ้ยเคยถามตัวเอง เมื่อมีคนชวนว่าไปลันตามั๊ย …
และคำตอบคือไม่  ไม่มีอะไร  ไม่ไปหรอก ….ทั้งที่ไม่เคยไป 
และยังวาดภาพในจินตนาการว่าลันตาคงเป็นเพียงเกาะเล็กๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจ ไม่มีความเจริญ  และไม่เคยเสิร์ชหาข้อมูลใดๆ

แต่จนแล้วจนรอด…นุ้ยก็ได้ไปเกาะลันตา 
และความคิดทุกอย่างก็เปลี่ยนไป  เมื่อได้ไปเยือน
…..จากคำถาม ลันตามีอะไร????      เปลี่ยนเป็น ลันตาก็มีอะไรนะ เฟ้ย !!!!!

การเดินทางก็เหมือนความรักนั่นแหละคะ เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร จะสุข จะทุกข์ หรือจะสวยงามแค่ไหน
แต่ถ้าเราไม่ก้าวเข้าไป เราจะไม่มีทางรู้เลย 

วันนี้นุ้ยจึงมาชวนทุกคนไปลั๊ลล๊า …กันที่ลันตา ไปดูสิว่า ที่นี้เป็นเหมือนที่ใครหลายๆ คนจินตนาการไว้มั๊ย

ปล. สามารถติดตามทุก ๆ กันเดินทาง พูดคุยสอบถาม กันได้ที่นี้นะคะ 
My Life My Travels

 

เกาะลันตา เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดกระบี่  เป็นเกาะขนาดใหญ่มีผู้คนอยู่อาศัยมานานนับร้อยปี 

เกาะลันตาจะมี 2 เกาะ คือเกาะลันตาน้อย และเกาะลันตาใหญ่ 

เกาะลันตาน้อยเป็นที่ต้องของที่ว่าการอำเภอ  แต่สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะอยู่ที่เกาะลันตาใหญ่

สำหรับการเดินทาง 

นุ้ยขอเริ่มจากจังหวัดกระบี่ก็แล้วกัน เนื่องจากหลายคนอาจจะมาจากต่างที่ ต่างจังหวัด

1. รถตู้โดยสาร   ซึ่งจะมีให้บริการทุกชั่วโมง ราคาประมาณ 170-250 แล้วแต่จุดที่ขึ้นรถนะ

2. ขับรถยนต์ไปเอง ซึ่งสามารถข้ามไปยังเกาะได้ด้วยเรือเฟอรี่ หรือแพขนานยนต์นั่น  ซึ่งจะมีให้บริการตลอดทั้งวัน

 

.

…..แต่สำหรับนุ้ยทริปนี้ นุ้ยเลือกที่จะขับรถไปเองคะ และครั้งนี้นุ้ยใช้บริการของรถเช่า AVIS คะ หากเพื่อนเดินทามากระบี่ด้วยเครื่องบิน สามารถมองหาเคาเตอร์รถเช่าของ AVIS ได้เลยคะ เพื่อความสะดวกในการเดินทาง

 

และการเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะ หากไม่ได้นำรถยนต์ส่วนตัวไป นุ้ยแนะนำให้เช่ามอเตอร์ไซค์คะ เพราะค่อนข้างสะดวก และสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละจุดไม่ห่างกันมาก 

 

เส้นทาง ให้ขับไปบนถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าไปทางจังหวัดตรัง 

 

 

ไม่ต้องกังวลกลัวหลงทางเลยคะ เพราะมีป้ายบอกตลอดทาง

 

 

ขับไปเรื่อยๆ จนมีป้ายบอกให้เลี้ยวขวาเพื่อไปแพขนานยนต์ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา

 

 

เมื่อเลี้ยขวาเข้ามา ต้องขับรถต่อไปอีกประมาณ 36 กิโลเมตร กว่าจะถึงท่าแพขนานยนต์ ถนนในจังหวัดกระบี่ค่อนข้างดี ขับสบายเลยคะ แปบเดียวก็ถึงท่าแพแล้วคะ

 

 

อย่างที่บอกว่าท่าแพขนานยนต์เปิดให้บริการทั้งวันคะ ทั้งขาไปและขากลับ

 

 

ก่อนขึ้นแพ เราต้องชำระเงินกันก่อน สองเราต้องลงแพขนานยนต์ 2 รอบ คือจากฝั่งแผ่นดินไปยังเกาะลันตาน้อย  และจากเกาะลันตาน้อยไปยังเกาะลันตาใหญ่ 

 

ค่าใช้จ่ายดังนี้คะ

จากแผ่นไปยังเกาะลันตาน้อย ค่ารถ 100 บาท (รวมคนขับ)  ผู้โดยสารคนละ 10 บาท

จากเกาะลันตาน้อย ไปยังเกาะลันตาใหญ่ ค่ารถ 70 บาท(รวมคนขับ) ผู้โดยสารคนละ 3 บาท

ของนุ้ย 2 คน รวมคนขับ จ่ายเงินสำหรับสองท่าเรือไป 183 บาทคะ

 

 

จ่ายเงินเสร็จแล้ว ไปต่อกันเลย  

 

 

บรรยากาศในแพขนาดยนต์คะ มีทั้งรถยนต์ รถบรรทุก มอเตอร์ไซค์ 

 

 

มีแพสวนทางมาด้วยคะ จากฝั่งไปลันตาน้อย แพค่อนข้างนาดใหญ่คะ  แต่จากลันตาน้อยไปลันตาใหญ่ แพถือว่าเล็กพอควรเลยคะ แต่ระยะทางสั้นกว่า

 

 

แต่ตอนนี้จากลันตาน้อย ไปยังลันตาใหญ่ กำลังมีการก่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างเกาะ  ต่อไปจะสะดวกขึ้นคะ

 

 

เมื่อข้ามแพขนานยนต์มาจนถึงเกาะลันตาใหญ่แล้ว เราก็ลุยกันเลยคะ ขับมาจนถึงจุดนึง งงเล็กน้อยถึงปานกลาง เพราะต้องบอกก่อนเลยว่าทริปนี้ เป็นทริปที่ไม่ได้หาข้อมูลอะไรมามากนัก มีเพียงการจองที่พักไว้ล่วงหน้าเท่านั้นเอง  ที่เหลือตั้งใจมาถามเอาข้างหน้า แผนที่อยู่ที่ปาก เส้นทางอยู่ในมือถือคะ นุ้ยตัดสินใจเลี้ยขวา ไปทางตลาดศาลาด่าน

 

 

การตัดสินใจเลี้ยวขวาครั้งนี้ทำให้นุ้ยรู้ว่า ที่เคยคิดมาทั้งหมดเกี่ยวกับเกาะลันตานั่นคิดผิดมาก  นุ้ยเคยคิดว่า ต้องลำบาก ความเจริญเข้าไม่ถึง ตู้เอทีเอ็มต้องไม่มี  แต่คุณรู้มั๊ยที่นี้มีทุกอย่างครบ  ได้แต่หันมองหน้ากัน เฮ้ย !!  ที่นี้เจริญมาก มีทุกอย่างครบ

 

 

 

นุ้ยข้ามไปถึงเกาะลันตาใหญ่ ในช่วงสายๆ จะเข้าเช็คอินโรงแรมก็ยังไม่ได้ ดูตามแผนที่ และที่เคยได้ยินมา รวมทั้งสอบถามสถานที่ท่องเที่ยวจากชาวบ้านแถวนั้น นุ้ยจึงได้ปลายทางแรกของวันแล้วคะ นั่นคือ Old Town Lanta  หรือชุมชนเมืองเก่านั่นเอง 

แต่ชื่อเรียกของชุมชนเมืองเก่า คือ บ้านศรีรายา ตอนแรกนุ้ยก็พยายามหาป้าย Old Town ตลอดทาง แทบจะไม่มีเลย มารู้ในตอนหลัง(คือตอนนั้นเริ่มหลงแล้ว) พบว่าที่นั้นคือบ้านศรีรายา 

เมื่อก่อนชุมชนศรีรายาเป็นที่ตั้งของอำเภอเกาะลันตา และสถานที่สำคัญต่างๆ ก็จะตั้งอยู่บริเวณนี้ทั้งหมด มีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก แต่ปัจจุบันได้มีการย้ายอำเภอ ย้ายศูนย์ราชการออกไป จนทำให้ชุมชนศรีรายาซบเซาลง แต่ด้วยสถาปัตยกรรมบ้านเรือนที่ปลูกสร้างยื่นลงไปในทะเล ที่มีเสน่ห์ และผู้คนที่อยู่กันอย่างสงบ เป็นเสน่ห์ดึงดูดใจเป็นอย่างมาก

เมื่อเดินทางมาถึงเราจะเจอศาลเสด็จเตี่ย ซึ่งอยู่ตรงกลางวงเวียน เป็นที่เคารพบูชาของคนคนที่นี้

 

 

ถ้าตรงออกไปจะเป็นท่าเรือ  เลี้ยวขวาจะเป็นหมูบ้านชาวเล เลี้ยซ้ายจะเป็นชุมชนเมืองเก่า 

 

 

ว่าแล้วเราก็เลี้ยวซ้ายไปสำรวจเมืองเก่ากันเลยคะ ว่าที่นี้จะมีเสน่ห์ดึงดูดใจจริงหรือเปล่า

 

 

จะเป็นถนนเส้นเล็กๆ ความยาวไม่มากนัก จะมีบ้านเรือนทั้งสองฝั่งถนน

 

 

ที่เห็นรูปรถ  3 ล้อในรูปนั่นคือรถรับจ้างของที่นี้นะคะ แต่นุ้ยไม่ได้สอบถามราคาว่าคิดค่าบริการยังไง แต่จะเห็นรถแบบนี้เยอะพอสมควรเลยคะ

 

 

 

มีร้านค้ามากมายขายทั้งอาหารการกิน และของฝาก ของใช้เล็กๆ น้อย 

 

 

 

แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้องคะ เวลาเที่ยงนิดๆ น้ำย่อยเริ่มทำงาน  นุ้ยแวะทานอาหารร้าน Fresh ลองถามจากคนแถวนั้นเขาแนะนำร้านนี้ เนื่องจากเป็นร้านใหญ่ นั่งสบาย และวิวสวย 

 

 

เข้ามาด้านในร้าน จะมีที่นั่งให้เลือกสองโซน โซนแรกจะเป็นบริเวณ  ที่สามารถมองเห็นถนนได้  

 

 

และอีกโซน จะเป็นโซนที่ค่อนข้างจะโอเพ่น ลมโกรก พัดมาเย็นสบายมากๆ และยังนั่งมองวิวทะเลได้อีกด้วย

 

 

ไม่พูดพร่ำทำเพลง  วันนี้นุ้ยสั่งอาหารมา 3 อย่าง จานแรกปลาหมึกทอดกระเทียม ดูน้อยๆ แบบนี้ แต่เยอะเลยคะ อร่อยมาก ราคา 120

 

 

ต่อมาข้าวอบสับปะรด ราคา 150 เหมือนกัน กุ้งมาตัวโตมากๆ หลายตัวด้วยคะ เมนูนี้อร่อยเลยละ

 

 

และสุดท้ายยำซีฟู๊ด แซ่บมาก เปรี้ยหวาน เผ็ดนิด ๆ ราคา 120 เหมือนกัน  

สรุปรวมอาหาร  3 อย่าง น้ำเปล่าขวดใหญ่ +น้ำแข็ง และข้าวเปล่า ราคา 450 บาท

แบบอาหารจานเดียวก็มีนะคะ หรือพวกซีฟู๊ดปิ้งย่างก็มี  แต่นุ้ยมากันแค่ 2 คน แค่นี้ก็เหลือแล้วคะ

 

สรุปสำหรับร้านแรก อาหารอร่อย จานใหญ่ บรรยากาศดี ราคาสำหรับนุ้ย นุ้ยว่าไม่แพงคะ 

 

 

ท้องอิ่มแล้วออกเดินทางกันต่อคะ นุ้ยคงเดินเล่นวนเวียนอยู่ในชุมชนเมืองเก่าคะ

บ้านแต่หลังสวยมากๆ สื่อถึงวิถีชีวิตวัฒนธรรมได้ดีมาก

 

 

 

2 ฝั่งถนนจะมีบ้านไม้เรียงติดกัน ฝั่งที่ติดทะเล มีซอยสามารถทะลุออกไปจนถึงทะเล ทำให้เรามองเห็นบ้านเรือนเรียงราย ยื่นออกไปในทะเล ที่ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง คะ

 

 

 

 

ความเงียบความสงบ ดูจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจให้นุ้ยเดินเล่นที่นี้ไม่น้อยเลยคะ  ทุกคนยังคงใช้ชีวิตตามวิถีที่จะเป็น 

นุ้ยว่า นี่คือเสน่ห์ของที่นี้เลยคะ  

 

 

 

บ้านบางหลังมีอายุนับร้อยๆ ปี แต่ยังคงสภาพอยู่ได้ และจะยังคงสภาพต่อไป

 

 

บางหลังดูเหงา ดูไร้ผู้คน 

 

 

เรายังคงเดินเล่นต่อไปเรื่อย  วันนี้เป็นวันที่อากาศดีมากๆ ท้องฟ้าแจ่มใส่ แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งฟ้าเปิดขนาดนี้ร้อนตับแตกเลยคะ 

 

 

อากาศร้อนๆ  สิ่งที่เหมาะที่สุดคงเป็นน้ำเย็นๆ สักแก้ว นุ้ยเดินมาเรื่อยจนถึงร้านนี้คะ

 

 

ร้าน Slow Boat Bed & Bar  เป็นร้านนั่งเล่นชิล ๆ ริมถนนชุมชนเมืองเก่า และเป็นเกสเฮ้าส์ด้วยนะคะ

 

 

ร้านตกแต่งได้น่ารักเลยทีเดียว  เก๋ๆ ง่ายๆ  

 

 

 

ฤดูกาลนี้ มะม่วงปั่นเหมาะที่สุด หวานกำลังดี ปั่นละเอียด เย็นชื่นใจ

 

 

และยังคงนั่งเล่นต่อไปเรื่อยๆ  พูดคุยกับเจ้าของร้านถามโน่นนี่นั่น ตามประสาคนไม่ได้หาข้อมูลมาก่อน 

 

 

 

เริ่มเข้าสู่ช่วงบ่าย นุ้ยโยกย้ายตัวเองเตรียมตัวเข้าที่พัก  ก่อนเข้าที่พัก มาหยุดดูแผนที่ตรงบริเวณวงเวียน สเด็จเตี่ยอีกครั้งเพื่อป้องกันการหลง   มุมนี้เป็นมุมที่สวยมากๆ ตอนเย็น อากาศต้องดีมากแน่ๆ นุ้ยแน่นำ มาเดินบริเวณนี้ช่วงบ่ายแก่ๆ ถึงเย็น จะฟินมากเลยคะ แต่ถ้ากลางวันอาจจะร้อนไปสักนิด

 

 

ขับรถย้อนกลับมาสักพัก ก็ถึงแล้วคะที่พักที่นุ้ยคือ The Houben 

 

 

ถ้าถามถึงที่พักบนเกาะลันตามีเยอะมากมายเลยคะ ตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักหมื่น  เราสามารถเลือกได้ตามไลฟ์สไตล์ ตามงบในกระเป๋า ได้เลย 

 

 

แต่ถามนุ้ยว่าทำไมนุ้ยถึงเลือกที่นี้  นุ้ยไม่ได้มีไลฟ์สไตส์ ที่หรูหรานะคะ หรืองบประมาณในกระเป๋ามากมาย  แต่ด้วยดีไซน์ของที่นี้ ที่ไม่เหมือนใคร เห็นแล้วสะดุดตาจริงๆ คะ

 

 

Welcome drink เป็นน้ำทับทิม 

 

 

สิ่งที่สะดุดตามากที่สุดสำหรับ The Houben นั่นคือสระว่ายน้ำสีแดงนั่นเองคะ

 

 

 

นอกจากสระว่ายน้ำสีแดงแล้วยังมีวิวที่สุดแสนจะอลังการด้วย   และนี่แหละคะคือเหตุผลที่นุ้ยเลือกที่นี้ 

 

 

 

ทุกอย่างดูลงตัวมาก …..

 

 

 

หลังจากเช็คอิน นุ้ยแทบจะไม่ได้อยู่ที่พักเลยคะ ขับรถออกมาลั๊ลล๊าต่อด้านอกทันที  ก็มาเที่ยวนี่นา จะให้เก็บตัวอยู่แต่ในทีพักได้ไงละ  แต่ไม่ต้องเป็นห่วง มีภาพบรรยากาศที่พักมาฝากแน่นอนคะ เผื่อไว้เป็นทางเลือกัน

 

 

ตลอดเส้นทาง ถ้ามองออกไปเราจะเห็นทะเลตลอดเส้นเลยคะ นุ้ยขับรถผ่านจุดนี้ …อย่างที่บอกข้อมูลไม่มีคะ ขับตามถนนไปเรื่อยๆ เจอที่ไหนสวยจอดเลยคะ

 

 

อากาศดีมาก ในวันที่อากาศดีแบบนี้แม้จะร้อนขนาดไหนก็ยอมคะ เพื่อแลกกับฟ้าใสๆ น้ำทะเลสวยๆ แบบนี้  นุ้ยนั่งเล่นเดินเล่นอยู่พักใหญ่ ใกล้เย็น เตรียมตัวกลับเข้าที่พัก 

 

ระหว่างทาง มาเจอกับหาด หาดหนึ่ง อยู่ริมถนนเลยคะ ที่สะดุดตาคือโขดหินขนาดใหญ่ จำนวนมาก

และที่สำคัญเวลานั่นคือ เวลาที่ตะวันกลับจะลับขอบน้ำพอดี

 

 

รออะไรอยู่ละจอดรถคว้ากล้อง แล้ววิ่งลงทันที 

 

 

ช่วงเวลานี้สินะที่นุ้ยตกหลุมรัก  และรักมาตลอด  ช่วงเวลานี้สามารถทำให้คนยิ้มได้ และสามารถทำให้คนร้องไห้ได้เช่นกัน 

 

 

ดื่มด่ำกับความรู้สึก….นั่นเพียงชั่วครู่ นุ้ยก็ขับรถกลับที่พัก หาดนี้ห่างจากที่พักเพียง 5 นาที 

มาถึงที่พักยามค่ำคืน แสงสีสวยมากๆ เลยทีเดียว

 

 

 

มาดูในห้องนอนกันบ้างคะ  ขนาดห้องกำลังดีคะ ไม่เล็ก และไม่ใหญ่มากเกินไป พื้นใช้สอยกำลังดีเลย 

 

 

ตกแต่งแบบเรียบๆ มีเตียง โต๊ะ โซฟา ฝาผนังห้องจะเป็นสีขาว  แต่ใช้โทนสีที่หลากหลายของเฟอร์นิเจอร์ เข้าช่วยให้ห้องมีสีสันมากขึ้น

 

 

 

มินิบาร์ มีแน่นตู้เย็นเลยคะ ทั้งซอร์ฟดริ้ง และแอลกอฮอล์ 

 

 

มีเอกลักษณ์ ของทางใต้ด้วยคะ เมล็ดกาหยี บางที่ก็เรียกกาหยู  แต่นุ้ยเรียกหัวครกคะ  

 

 

ไปดูต่อกันในห้องน้ำบ้างดีกว่า  ห้องน้ำกว้างมากๆ คะ 

 

 

ของใช้มีให้ครบทีเดียว

 

 

มี BATH TUBS มี Rain shawer ครบ   

 

 

ไปดูบริเวณๆ รอบๆ ยามค่ำคืนกันบ้างคะ  ไปดูว่าสระว่ายน้ำสีแดงตอนกลางคืนจะเป็นยังไง จะสวยเหมือนตอนกลางวันมั๊ย

 

 

ขอบอกว่าไม่แพ้กันเลยคะ สวยมากๆ สีของสระ ตัดกับสีของฟ้า และมีแสงไฟจากตัวอาคารมาช่วย

 

 

และช่วงหลังพระอาทิตย์ตกแบบนี้ ฟ้าสวยมากๆ ฟินกันเลยทีเดียว

 

 

ค่ำคืนนี้จึงเป็นค่ำคืน ที่แสนจะโรแมนติคเลยละ

 

 

เช้านี้เราทานอาหารเช้ากันที่ห้องอาหาร Red Alert เป็นห้องอาหารของ The Houben นี่หละคะ

 

 

ตกแต่งได้เก๋มากๆ ยังยึดคอนเซ็ปต์ ที่สีแดง แต่รอบนี้เอาสีดำเข้ามาตัด เก๋มาก 

 

 

อาหารเช้าของที่นี้จะเป็นแบบ a la carte ก็คือสั่งได้จากเมนูนั่นเอง ไม่ได้เป็น Buffet 

 

 

 

เริ่มจากการมีเครื่องดื่ม ผลไม้ ขนมปังมาเสิร์ฟ คะ

 

 

 

ส่วนอาหารมีให้เลืกหลายอย่างๆ ไม่ว่าจะคาวหวาน  

 

 

โจ๊กอร่อย แต่จะเป็นโจ๊กไก่นะคะ 

 

 

ปิดท้ายด้วยแพนเค้กกล้วยหอม

 

 

ก่อนออกไปเที่ยวกัน  พาเดินชมโรงแรมสักนิดให้พออาหารย่อย

 

 

 

 

แม้โรงแรมจะไม่ใหญ่มากนัก แต่สปา ฟิตเนสก็มีครบนะคะ

 

 

 

เชื่อว่าต้องถูกใจหลาย ๆ คนแน่ๆ 

 

 

นุ้ยเริ่มวันที่ 2 บนเกาะลันตาด้วย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาคะ 

นุ้ยเชื่อว่าทุกคนที่เคยไปเที่ยวเกาะลันตา ทุกคนจะต้องเคยไปที่นี้คะ ประภาคารที่อยู่บริเวณอุทยาน เป็นเหมือนสัญลักษณ์ ของเกาะเลยก็ว่าได้

 

 

ก่อนเข้าต้องจ่ายค่าเข้า เพื่อเป็นค่าบำรุงอุทยานกันก่อนคะ  มีค่ารถยนต์คันละ 30 บาท และผู้โดยสารคนละ 40 บาท

 

 

ขับต่อมานิดเดียวก็ถึงแล้วคะ  

แต่คงต้องบอกก่อนว่าเส้นทางมาอุทยานแห่งชาติค่อนข้างไกล และแคบพอควร ขับรถต้องระมัดระวังกันนิดนึงนะ

 

 

ด้านในจะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ให้ข้อมูลต่างๆ 

ขอเพิ่มเติมข้อมูลให้สักนิดนะคะ

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา มีเนื้อที่ประมาณ ๑๕๒ ตารางกิโลเมตร ในอำเภอเกาะลันตา ประกอบด้วยเกาะต่างๆ ที่สำคัญได้แก่ เกาะลันตาใหญ่ เกาะลันตาน้อย เกาะตะเล็งเบ็ง และเกาะใกล้เคียง รวมไปถึงหมู่เกาะห้า หมู่เกาะรอก และเกาะไหง คำว่า “ลันตา” แผลงมาจากคำว่า “ลันตัส” ซึ่งเป็นภาษาชวา มีความหมายว่า “ผลาย่างปลา” ซึ่งก็คือ ที่ย่างปลาสร้างด้วยไม้ รูปสี่เหลี่ยมยกพื้นสูงขึ้นคล้ายโต๊ะ จุดไฟไว้ข้างล่าง เผาปลาที่เรียงไว้ข้างบน

 

 

และนี่ก็คือไฮไลท์ของที่นี้คะ ประภาคารสีขาว มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าประภาคารปัชโชติวชิราภา

 

 

 

นอกจากเป็นสัญลักษณ์ อย่างหนึ่งแล้ว ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยมากๆ เลยละคะ

 

 

 

และยังมี หาดแหลมตะโหนด ที่ชื่อว่าแหลมตะโหนด ก็เพราะว่าที่นี่เต็มไปด้วยต้นตาลตะโหนดดูสวยงาม แปลกตา ตามรูปนี่แหละคะ

 

 

ใช้เวลาอยู่ไม่นานนัก  นุ้ยว่าช่วงเย็นๆ ที่นี้ต้องสวยมากแน่ๆ เพราะสามารถเห็นพระอาทิตย์ตกด้วยคะ 

 

 

วิวระหว่างทางสวยไม่ใช่เล่นเลย  แล้วเราจะพลาดเก็บภาพได้ไงละ

 

 

ตอนขาไป นุ้ยแอบเล็งร้านนี้ไว้ เป็นอาหารเที่ยง ดูแล้วบรรยากาศต้องดีแน่ๆ แถมไม่มีผู้คนเลย ต้องฟินแน่ 

แต่คิดอีกที ไม่มีผู้คน มันจะอร่อยมั๊ยน๊า หรือจะแพงหรือป่าวน๊า

 

 

แต่แล้วเราก็เสี่ยง อยากรู้ว่าอร่อยมั๊ย ต้องลองคะ

 

 

ตอนนี้อาหารอร่อยหรือเปล่าไม่รู้  แต่กรี๊สสสส บรรยากาศมากเลยคะ 

 

 

วิวสวยที่สุดในสามโลก

 

 

ที่นั่งแบบออกเป็นสามโซนใกล้ๆ กัน 

 

 

แอบเล็งไว้ กินเสร็จเด๋วจะมางีบตรงนี้แหละ

 

 

วันนี้นุ้ยสั่งอาหารมาเพียงแค่ 2 อย่างคะ 

จานแรกเป็นไก่ผัดเม็ดมะม่วง เป็นอาหารง่ายๆ รสชาติกำลังดีคะ จานนี้ราคา 130 บาท

 

 

ต่อมาต้มยำกุ้งน้ำข้น  แซ่บใช้ได้ระดับกลาง ๆ ราคา 120 บาท  

 

 

บรรยกาศดีขนาดนี้ แถมราคาอาหารยังถูกอีก  แบบว่ารักเลยคะ 

 

 

ขอหลับสักงีบก่อนออกเดินทางต่อนะคะ

 

 

ที่นี้นุ้ยก็พยายามไขข้อข้องใจว่าทำไม ถึงไม่มีคน  นุ้ยลองสังเกตตลอดทางพบว่า ร้านอื่นมีคนเยอะ เพราะติดถนนเลยสังเกตุเห็นได้ง่าย แต่ร้านนี้ค่อนข้างหลบมุม ต้องขับรถเข้าไป ด้านหน้ามีเพียงแค่ป้ายเท่านั้น

 

 

 

ปลายทางต่อมา นุ้ยขับรถกลับไปที่ชุมชนเมืองเก่าอีกครั้ง อันนี้เป็นความชอบส่วนตัวนะคะ แต่เมื่อวานเราเลี้ยวซ้ายเข้าชุมชนเมืองเก่า รอบนี้เราเลี้ยวขวาไปทางหมู่บ้านชาวเล  มีบ้านเยอะพอสมควรคะ  นุ้ยขับไปจนสุดทางเพื่อให้รู้ว่ามีอะไรบ้าง  มีร้านตรงสุดซอยบรรยากาศดีมากๆ เก๋ ดีไซน์ ได้แบบว๊าวว   แต่สำหรับนุ้ยชอบแบบแนวสบายๆ 

 

 

เพราะวันพักผ่อนของนุ้ยขอแบบเงียบๆ ชิวๆ  นุ้ยเล็งร้านนี้ไว้ตั้งแต่ตอนขับผ่านไป  ซึ่งต้องสังเกตพอสมควรเหมือนกัน ซึ่งแปลกมากที่ร้านนี้ชื่อร้าน Fresh เหมือนกัน แต่คนละร้าน และคนละเจ้ากับเมื่อวานที่เป็นร้านอาหารนะคะ

และขอเล่าก่อนว่า นุ้ยจอดรถเดินลงไป อึ้งเล็กน้อย มีคนตะโกนถามว่า ไปไหน 

นุ้ยก็เอ่อ แล้วตอบว่ากินกาแฟคะ ….มีผู้หญิงเดินออกมาจากร้าน  บอกว่าร้านยังไมเปิดคะ

นุ้ยถามกลับไปว่า เปิดกี่โมงคะ คำตอบคือ ยังไม่ได้เปิดให้บริการคะ ร้านยังทำไม่เสร็จ

 

 

แต่ต้องบอกว่าเจ้าของร้านใจดีมาก…บอกว่าเข้ามานั่งด้านในก่อน 

 

 

มีรึที่นุ้ยจะปฏิเสธ ไปนั่งทั้งที่ร้านยังไม่เปิดนี่แหละ (แต่ตอนนี้เปิดให้บริการแล้วนะ)

จากที่คุยกับเจ้าของร้าน พี่เขาบอกว่าเมื่อก่อนร้านอยู่ที่ Old town แต่ร้านอยู่ริมถนนไม่เห็นวิว  แต่อยู่ๆ มาเจอที่ตรงนี้วิวสวย ก็เลยย้ายร้านมา ทุกอย่างยังไม่คงไม่เรียบร้อยนัก  แต่ก็พอเครื่องดื่มให้พวกเราอยู่บ้าง 

นุ้ยกับต้น เลยเป็นลูกค้าคนแรกของร้านใหม่นี่เลยคะ

 

 

และต้องบอกว่าถ้าใครที่ชอบเที่ยวแนวนุ้ยคือ เรื่อยๆ เอื่อยๆ ฟิน  ๆ ชิลๆ  ร้านนี้สุดยอดมาก

 

 

 

ร้านจะเป็นแบบโปร่งๆ โล่งๆ  หลังคาสูง บรรยากาศเป็นแบบโอเพ่น 

 

 

นี่เลยคะ เครื่องดื่มที่พี่เขาหาให้เราได้ เนื่องจากของยังพอมี 

คาปูชิโน่เย็น กับ มะม่วงปั่น

 

 

 

ที่เหลือ เป็นช่วงเวลาพักผ่อนของเราคะ  นุ้ยใช้เวลาที่นี้นานพอสมควรเลย  พี่เขาแนะนำหลายอย่างเลย ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว หรือถ้าจะไปเกาะ ต้องเช่าเรือต้องไหน ทัวร์ไหนถูก เริ่ด จดไว้ คราวหน้าจะได้ออกเกาะต่างๆ บ้าง เพราะรอบนี้นุ้ยอยู่แต่บนเกาะลันตา ไม่ได้ไปดำน้ำเลย

 

 

 

ตกบ่ายแก่ๆ นุ้ยขับรถมาจอดไว้ที่ The Houben  ไม่ได้แวะมานอนนะคะ แต่แวะเข้ามาจอดรถ เพื่อจะเดินไปยังหาดบากันเตียง ซึ่งห่างจากโรงแรมประมาณ 500 เมตรเองคะ

 

 

หาดบากันเตียงเป็นหาดที่ยาวมากเลยคะ บริเวณนี้ค่อนข้างครึกครืน มีทั้งร้านอาหาร ร้านค้าขายของ และผู้คนมากมายคะ 

ช่วงเย็นแบบนี้ ต่างคนต่างมีกิจกรรมกันบริเวณหน้าหาด

 

 

 

บ้างก็เล่นกีฬาทางน้ำ 

 

 

บ้างก็พาแฟนมาเดินเล่น

 

 

บ้างก็พาลูกน้อยมาเล่นน้ำ 

 

 

แต่สำหรับนุ้ยมาเดินเล่นชิล  ดูบรรยากาศ ดูกิจกรรมต่างๆ คนผู้คน  รอยยิ้ม ของแต่ละคน ทำให้เรารู้สึกมีความสุขไม่น้อยเลยคะ

 

 

นอกจาคนมากมายแล้ว  ที่หาดนี้ยังสมบูรณ์มากๆ มีสัตว์ หลายชนิดเลยคะ

 

 

 

เวลาที่รอคอยเข้าใกล้มาแล้ว

 

 

ท้องฟ้าหลังจากตะวันลับขอบฟ้า ขอบน้ำ ก็เหมือนความรัก หวานน่าลิ้มลอง แต่ก็แปรเปลี่ยนได้ตามกาลเวลา 

 

 

 

อยู่ที่เราจะยอมรับมันได้มั๊ย 

 

 

และช่วงเวลาแบบนี้….มักเป็นช่วงเวลาแห่งความโรแมนติค ฟ้าหวานขนาดนี้ ….ความหวานต้องมา ความรักต้องเกิดคะ  ค่ำคืนที่ 2 บนเกาะลันตา จากลาด้วยความรัก

 

 

เช้าอีกวัน นุ้ยเช็คเอ้าท์แต่เช้า เตรียมตัวกลับแล้วคะ  นุ้ยมาแวะนั่งกินลม พร้อมหาอะไรรองท้องก่อนออกเดินทาง ที่หาดพระแอะคะ

 

ผ่านไป 3 วัน งบในกระเป๋าเริ่มหมด ของ่ายๆ ร้านริมหาดนี่แหละ มีให้เลือกหลายอย่างคะ ลูกชิ้นทอด ส้มตำไก่ย่าง และโรตี

 

 

 

 

แต่มีความเห็นเหมือนกันมั๊ยคะ… อาหารแบบนี้แหละตอบโจทย์ ได้ยอดเยี่ยมมาก แซ่บ ฟิน ปูเสื่อ ดูบิกินี่

 

 

ดูธรรมดา แบบนี้ แซ่บมากบอกเลย

 

 

 

โรตีกล้วย นมน้ำตายน้อยไปฟิน  แต่ก็อร่อยนะ เข้ากับบรรยากาศ ทะเล และอารมณ์ งบเหลือน้อย เที่ยวง่ายกินง่าย คะ

 

 

อาหารพร้อมแล้ว ไปหาทำเลที่นั่งกันคะ  บริเวณหาดพระแอะ เป็นสวนสาธารณะ แต่ไม่แออัดคะ เพราะพื้นที่ค่อนข้างกว้าง และหาดค่อนข้างยาวทีเดียว

 

 

บ้างก็มาเล่นน้ำ บ้างก็มาอาบแดด  บ้างก็มาเดินเล่น

 

 

 

น้ำสวยฟ้าใสตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย   ฟินที่สุด 

 

 

มาสรุปกันคร่าวๆ สำหรับทริปลั๊ลล๊า @ ลันตากันดีกว่าคะ

สำหรับนุ้ยปลื้มเลยคะ ชอบมากมีหลากอารมณ์ หลากแนว จะชิลๆ ร้านกาแฟ  จะเรียนรู้วิถีชีวิตเมืองเก่า จะเริงร่างกับทะเล จะหวานแหว๋วโรแม๊น พระอาทิตย์ตก เกาะเล็กๆ เกาะนี้ตอบโจทร์ ได้เริ่ดมากคะ

มาสรุปเป็นข้อๆ กันสักหน่อย

ข้อดี

1. มีสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกหลากแนว หลายจุดมากๆ

2. มีที่พักให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ราคาหลักร้อย จนหลักหมื่น

3. ค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารการกิน ไม่แพง จ่ายน้อยกินหรูได้สบายมากๆ

4. อาหารอร่อย

5. มีร้านกาแฟน่ารักๆ เยอะมาก ชิลสุดๆ

6. ด้วยเป็นเกาะที่เล็ก สามารถจัดเป็นวันเดย์ทริปได้

7. เส้นทางไม่ซับซ้อน ขับรถเที่ยวเองได้สบายมาก

 

ข้อเสีย

1. การเที่ยวบนเกาะ ถ้าไม่มีรถยนต์ หรือเช่ามอเตอร์ไซค์ขับ  ค่อนข้างลำบาก เพราะไม่มีรถโดยสาร

2. ต้องเผื่อเวลาสำหรับการเดินไปและกลับ เนื่องจากการเข้าออกเกาะลันตาต้องใช้แพขนานยนต์  ซึ่งมีจำนวนจำกัด อาจไม่ทันในการให้บริการ เพราะบางช่วงรถเข้าออกเยอะมาก (ตอนขากลับของนุ้ยกว่าจะมาถึงฝั่ง ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงคะ)

 

 

สุดท้าย …..ขอขอบคุณทุก ๆ การเดินทาง ที่สอนให้นุ้ยได้เรียนรู้ และรู้สึกรักทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น…..

ขอบคุณ สำหรับทุกกำลังใจ

ขอบคุณ สำหรับทุกความเห็น

ขอบคุณ สำหรับทุกไลค์

ขอบคุณ สำหรับทุกแชร์

ขอบคุณ สำหรับโหวต

ขอบคุณ สำหรับทุกคนที่แวะเวียนเข้ามา

และขอบคุณ สำหรับพื้นที่การแบ่งปันแห่งนี้

 

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : ลั๊ลล๊า…@..ลันตา (แล้วลันตามีอะไร)

3 ความคิดเห็น

  1. ณิชา

    อยากทราบค่าโรงแรมคืนเท่าไหร่คะ

    Reply
  2. K-bii

    เป็นรีวิวที่ยอดเยี่ยมมาก รูปสวยน่าไปมาก
    คนกระบี่อ่านยังอยากตามรอยทริปเลย ทั้งที่ไปมาหลายรอบแล้ว ^^

    Reply
  3. เหน่ง

    อ่าน review แล้ว น่าสนใจมากค่ะ

    Reply