วันศุกร์, 12 กรกฎาคม 2567

เชียงใหม่เที่ยวที่ไหนดี

แม้ว่าปีนี้จะไม่หนาวเท่ากับทุกๆ ปี

แต่เชียงใหม่ก็ยังคงเป็นปลายทางยอดฮิต  สำหรับการท่องเที่ยวช่วงปลายปีแบบนี้   เป็นจังหวัดที่ไปได้ซ้ำๆ ไม่มีเบื่อ เพราะเชียงใหม่มีอะไรใหม่เสมอ  บางสถานที่อาจจะไม่ใหม่สำหรับคนอื่น  แต่ใหม่เราเพราะเราพึ่งเคยไปครั้งแรก   เชียงใหม่ทริปนี้ มีครบรสทั้งทุ่งดอกไม้ แลนด์มาร์คสุดฮิต คาเฟ่สุดเก๋  และร้านอร่อยที่การันตีด้วยรางวัลมิชลิน  ถ้าพร้อมแล้วก็สตาร์ทรถเตียมตัวออกเดินทางกันได้เลย

.

และไม่ลืมที่จะแวะ PTT Station  เหมือนเดิมเติมน้ำมันให้เต็มถัง เติมพลังคนให้เต็มอิ่ม  เชียงใหม่รอเราอยู่ นอกจากเชียงใหม่จะมีอะไรใหม่แล้ว รีวิวนี้ยังมี PTT Station เปิดใหม่ มาบอกต่อกันอีกด้วย นั่นคือ PTT Station Flagship วิภาวดี 62   ความพิเศษของสาขานี้คือ  เป็นสถานีที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ นอกจากการแวะเติมน้ำมัน ที่นี่ยังมีทั้งสินค้าและบริการอีกมากมาย ทั้งธนาคาร สปา แฟชั่น บิวตี้ ครบมากๆ และมีร้านอาหาร หลากหลาย จะบอกว่ามาครบทุกสัญชาติยังได้เลยนะ  มีพื้นที่โดยรอบขนาดใหญ่ เพื่อเติมเต็มความสุขทุกคนได้มากกว่าเดิม  และยังสอดแทรกด้วยพื้นที่สีเขียว การใช้เทคโนโลยีจัดการสถานีให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ไม่ว่าจะเป็น การใช้พลังงานหมุนเวียน (Solar), CircularEconomy, Water Recycle, Food waste, การจัดการแยกขยะ, แยกแลกยิ้ม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  และยังมีการใช้พื้นที่สร้างส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้คน ชุมชน สิ่งแวดล้อม อีกด้วย 

ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ธันวาคม 2566 นี้ 

.

#PTTStation

คลองแม่ข่า

Fleur Cafe & Eatery

เมื่อก่อนเราจะบอกทุกคนว่า  ทุกการเดินทางให้ PTT Station เป็นเพื่อนร่วมเดินทาง  แต่ตอนนี้อยากจะบอกว่า PTT Station เป็นมากกว่าเพื่อนร่วมเดินทางแล้วค่ะ  เพราะตอนนี้มีสาขาเปิดใหม่ในกรุงเทพ  คือ PTT Station Flagship วิภาวดี 62    เป็นสถานีที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ นอกจากการแวะเติมน้ำมัน ที่นี่ยังมีทั้งสินค้าและบริการอีกมากมาย ทั้งธนาคาร สปา แฟชั่น บิวตี้ ครบมากๆ และมีร้านอาหาร หลากหลาย จะบอกว่ามาครบทุกสัญชาติยังได้เลยนะ  มีพื้นที่โดยรอบขนาดใหญ่ เพื่อเติมเต็มความสุขทุกคนได้มากกว่าเดิม  และยังสอดแทรกด้วยพื้นที่สีเขียว การใช้เทคโนโลยีจัดการสถานีให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ไม่ว่าจะเป็น  การใช้พลังงานหมุนเวียน (Solar), CircularEconomy, Water Recycle,  Food waste, การจัดการแยกขยะ,  แยกแลกยิ้ม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

และยังมีการใช้พื้นที่สร้างส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้คน ชุมชน สิ่งแวดล้อม อีกด้วย 

.

เดี๋ยวนุ้ยจะพาไปสำรวจ PTT Station Flagship วิภาวดี 62  กันแบบทั่วๆ เลย

ตั้งแต่ด้านหน้าเลย เกาะจ่ายน้ำมัน PTT Station Flagship วิภาวดี 62   มีดีไซน์ที่แปลกตา มีความกลม ความโค้ง ความเว้า และมีการใช้แสงธรรมชาติค่อนข้างเยอะ  และสถานีนี้ บริเวณอาคารเกาะจ่ายน้ำมันด้านหน้า มีการวางผลิตภัณฑ์น้ำมันทุกตู้ครบทุกผลิตภัณฑ์เลย

มีพื้นที่สีเขียวค่อนข้างเยอะ ดูสบายตามาก ชอบที่เป็นมากกว่าสถานีเติมน้ำมัน

ใครที่บ้านอยู่ใกล้ๆ แถวนี้คือ สามารถมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดินเข้าห้างเลยนะ พื้นที่กว้างมากๆ  มีทั้งสปา ร้านทำเล็บ ซักรีด ธนาคาร โชว์รูมรถ ร้านค้าชุมชน  และร้านอาหารที่หลากหลาย ทั้ง ญี่ปุ่น ไทย จีน เกาหลี อิตาเลี่ยน มาแบบครบจริงอะไรจริง

ชอบ Café Amazon สาขานี้มากนุ้ยไม่รู้ว่า นี่คือ Café Amazon สาขาที่ใหญ่ที่สุดหรือเปล่า แต่ที่รู้คือเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดที่นุ้ยเคยเข้าเลย ควาพมิเศษคือที่นี่เป็น Café Amazon Concept Store  ที่มีการแบ่งส่วนต่างๆ ไว้สำหรับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ได้ดีมากๆ มีทั้ง Work Space  ให้ได้นั่งทำงานทำงานมีปลั๊กให้ทุกจุด , มีโซนแฟมิลี่ Family พื้นที่น่ารักๆ สำหรับเด็กๆ มีห้องน้ำอยู่ภายใน และยังมีลิฟต์ไว้บริการสำหรับผู้ที่ใช้ วีลแชร์ อีกด้วย  และ มี Concept Bar  ที่มีเมนูหลากหลายมากยิ่งขึ้น     

และเราไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะมานั่งจิบกาแฟดริป ใน Café Amazon แต่วันนี้มีแล้ว และกาแฟคือหอมมาก 

และยังมีเมนูพิเศษที่มีเฉพาะที่  Café Amazon Concept Store วิภาวดี 62 เท่านั้น   เป็นเครื่องดื่มเมนูพิเศษ PEOPLE’S selection มีที่มาจากพนักงานบาริสต้าร้านคาเฟ่อเมซอนที่ผ่านการคัดเลือกจากเวทีการประกวดคิดค้นสูตรเครื่องดื่ม “20 ปีบาริสต้าชาเลนช์”  โดยคัดเลือกจากพนักงานบาริสต้าร้านคาเฟ่อเมซอนทั่วประเทศ

การเข้า PTT Station ไม่แค่เติมน้ำมันเท่านั้น  ยังรองรับสำหรับทุกคนที่ขับรถไฟฟ้าอีกด้วย เพราะมี  EV Station PluZ   ซึ่งที่ PTT Station สาขาวิภาวดี 62  ได้เปิดให้บริการสถานีชาร์จรูปแบบ Quick Charge  ที่จ่ายไฟได้สูงสุดถึง 180 กิโลวัตต์   *เปิดให้บริการถึง 6 หัวชาร์จ และมาครบทุกประเภท ทั้ง DC  CCS COMBO2    

EV Station PluZ  จะอยู่ถัดจากเกาะจ่ายน้ำมัน    โดยใช้ระบบ Centralize Charger ใช้ไฟได้หลายหัวจ่ายสามารถชาร์จได้   6 คัน   พร้อมกัน

มาถึงอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจ นั่นคือ 7-Eleven   สาขาดีไซน์ทันสมัยมีแนวคิดสอดคล้องกับภาพรวมของโครงการ มีงานออกแบบที่ส่งเสริมการมองเห็นจากทางเข้าและถนนด้านนอก   มีความพิเศษด้วยสินค้ากลุ่ม Ready to cook (RTC) ทั้งกลุ่มเนื้อสัตว์แช่แข็งและ ผักสดแพคพร้อมปรุง ที่มีการส่งตรงจาก ผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน สด ใหม่ ในทุกๆ วัน 

สายทำกับข้าว สายสเต๊กแบบเราคือถูกใจสิ่งนี้ แค่เดินเข้า 7-Eleven    ก็ได้เนื้อดีๆ กลับบ้านแล้วอ่า

และด้วยความเป็นสถานีที่ใหญ่ ใส่ใจทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม ผู้คน และชุมชน  จะไม่มีร้านนี้ไม่ได้เลยค่ะ

ร้านไทยเด็ด เป็นร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าจากชุมชน จากทั่วประเทศเลยนะ อารมณ์แบบอยากกินเค้กเมืองตรังก็แค่ขับรถไปที่ร้านไทยเด็ดก็ได้กินเลย  หรืออยากกินหมี่โคราชที่นี่ก็มี  ได้ช้อป ได้เลือกกินของที่อยากกินแบบไม่ต้องไปไกล และยังได้ช่วยเหลือชุมชนอีกด้วย

สำหรับสาขานี้  FIT Auto เป็นอาคารแยกออกมา ขนาดใหญ่มากเพื่อให้บริการยานยนต์แบบครบวงจร

เดี๋ยวขอพาไปเดินสำรวจร้านอาหาร ใน PTT Station สาขาวิภาวดี 62  กันบ้าง นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะเธอ

และสุดท้ายปิดท้ายกันที่ห้องน้ำ  ห้องน้ำของสถานีนี้มีถึง 3 จุด รวม 61 ห้อง เป็นทั้งห้องน้ำที่ สวย สะอาด และสะดวกกับการใช้งาน  และยังมีเตียงสำหรับผู้พิการ (sanitary bed) สำหรับอำนวยความสะดวกในห้องน้ำด้วย  เขาดีไซน์ออกมาดีมาก รับแสงธรรมชาติเต็มๆ และระบายอากาศได้ดี

ถ้าถามนุ้ยนะ สถานีน้ำมันที่มีห้องน้ำสะอาด สะดวกสบาย นี่คือถูกใจเลยนะ  ยิ่งคนเดินทางแบบเรา จะจำแม่นมาก ว่าที่ไหนห้องน้ำเป็นแบบไหน รอบหน้าขอแวะที่เดิมเท่านั้น

เราไปเที่ยวต่อกันเลยดีกว่า

1. สวนดอกไม้ยิ่งยง

เชียงใหม่กับดอกไม้เป็นของคู่กัน  และถ้าถามว่าสวนไหนโดนใจสุดๆ เรายกให้สวนนี้นี้เลย สวนยิ่งยง อยู่ที่ม่อนแจ่มนะคะ เพราะเป็นสวนดอกไม้ที่อยู่บนเนินเขา มีหมอกลอยผ่าน เป็นภาพที่สวยมากๆ เลย  ปกติ เวลาถ่ายดอกไม้ จะบอกทุกคนว่าให้ไปช่วงเช้าๆ หรือเย็นๆ จะได้แสงสวย แต่ที่นุ้ยไปเกือบสิบโมง หมอกยังลอยฟรุ้งเลยค่ะ

.

สวนดอกไม้ยิ่งยง  yingyong_flower_gard

ค่าเข้าคนละ 50.-

เปิดทุกวัน 6.00-18.00 น.

2.  Me&Bacon

นอกจากดอกไม้แล้ว  ก็คาเฟ่นี่แหละที่เป็นของคู่กันกับเชียงใหม่ ครั้งนี้จะพาทุกคนไปคาเฟ่ ที่เน้นเสิรฟ์ อาหารเช้าที่มีเบคอน ตามชื่อร้านเลย  แค่ชื่อร้านก็เหมาะกับเราแล้ว  และต้องบอกว่าเป็นเบคอนที่อร่อยมาก มาเป็นชิ้นหนาๆ ใหญ่ๆ  รสชาติกำลังดี เสิร์ฟมากับไข่ข้นนุ่มๆ และยังมีขนมปังชีสเยิ้ม  แต่ที่ทำนุ้ยว้าวมากๆ เลยคือพาสต้า เป็นพาสต้าที่อร่อยมาก ใครสายเส้นอยากให้ลองสั่งดูน๊า   อ๋อๆ นอกจากเมนูอาหารแล้ว ต้องบอกว่าร้านเขาน่ารักมาก ตกแต่งได้ชิค ถ่ายรูปได้ทุกมุมเลย

.

เปิดให้บริการทุกวัน  เวลา 8.30 – 15.00 น.

3. Place Pause Peace

ขอยกตำแหน่งความชิลล์ และคาเฟ่แห่งศิลปะ ให้ที่นี่ไปเลย บรรยกาศบ้านไม้ 2 ชั้น ริมแม่น้ำปิง มันชิลล์และดีต่อใจมากๆ เลย ที่นี่ขายทั้งเครื่องดื่ม ขนม และอาหาร และยังมีโซนศิลปะ สีน้ำ ผ้าใบ ให้ลูกค้า ได้นั่งวาดรูป ปลดปล่อยจินตการ ในวันว่างๆ   ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปดูชื่อร้านแล้ว  มันเหมาะกับคาเฟ่แห่งนี้จริงๆ Place Pause Peace

.

เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-23 น.

4. Fleur Cafe & Eatery

คนรักกุหลาบต้องกรี๊ด และต้องไป เป็นคาเฟ่และร้านอาหาร ที่เน้นตกแต่งสวนด้วยดอกกุหลาบ  ยกให้เป็นคาเฟ่ที่มีดอกกุหลาบที่สวยที่สุดที่เราเคยไปมาเลยค่ะ  ร้านค่อนข้างกว้างมากมีสนามหญ้า และมุมนั่งเอ้าดอร์เยอะมากๆ เลยค่ะ   ร้านจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือส่วนของคาเฟ่ และร้านอาหาร  ร้านอาหารจะเน้นขายเมนูอาหารอิตาเลี่ยน ต้องบอกว่าอร่อยถูกปากเลย ทำได้ดีมากๆ   และในส่วนของคาเฟ่อยากให้ลองชิมขนมของร้านนี้ รสชาติดี และหน้าตาดึงดูสุดๆ  

ร้านจะอยู่ที่อำเภอแม่ริมน๊า

เปิดให้บริการทุกวัน 900.-18.00 น. (ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ปิด 19.00 น.)

5. School Coffee

ต้องบอกว่า คอกาแฟไม่ควรพลาดร้านนี้ด้วยประการทั้งปวงหากไปเชียงใหม่

เป็นร้านคาเฟ่ที่มีเมล็ดกาแฟ ให้เลือกเยอะมาก  แต่ละชนิด มีกลิ่น และรสชาติที่ต่างกันออก น้องๆ ที่ร้านแนะนำได้ดีมาก   และร้านยังน่ารักมากๆ ทำให้เราย้อนคิดถึงวัยเด็ก เพราะตกแต่งร้านเป็นแบบโรงเรียนฟิลล์ประถมมาเลยเธอ และในร้านยังมีของกระจุ๊กกระจิ๊กน่ารักๆ จำหน่ายด้วย

ร้านนี้ตั้งอยู่ใน โครงการ Heng Station ใกล้กับสถานีรถไฟ

เปิดให้บริการทุกวัน 8.00-16.00 น.

6. บ้านเปี่ยมสุข

 ถ้าถามหาร้านเค้กอร่อยๆ  ในเชียงใหม่   เรียกได้ว่าอร่อยที่สุดติดอันดับท็อป 3 ในเชียงใหม่สำหรับเราเลยก็ว่า เราแนะนำให้ไปร้านนี้  ถ้าคุณคือคนที่ชอบกินเค้ก ยังไงก็ตกหลุมรักร้านนี้  โดยเฉพาะเมนูพายมะพร้าว ที่เป็นเดอะเบสต์ในใจ และเดอะเบสต์ของร้านด้วย เค้กตัวอื่นก็อร่อยมากๆ เช่นกัน เนื้อเค้กนุ่มมาก ใช้ครีมสดแท้ๆ หอมละมุน  คือดีต่อใจสุดๆ ไปเลย

เปิดให้บริการทุกวัน 9.30-18.30 น.

7. คลองแม่ข่า

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของเชียงใหม่ เป็นคลองสายเล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางเมืองเชียงใหม่ มีอายุกว่า 700 ปี  ใครยังไม่เคยไป ก็ต้องลองไปสักครั้งนะ ที่นี่จะจำลองบรรยากาศให้เหมือนเราเดินเล่นอยู่ริมน้ำที่ญี่ปุ่น นุ้ยไปช่วงบ่ายๆ คนเยอะพอสมควร ร้านค้าต่างๆ ก็มีหลากหลาย เอาเป็นว่า ต้องไปให้รู้น๊า

8. ก๋วยจั๊บช้างม่อย

เชียงใหม่ชื่อนี้มีแต่ของอร่อย คำนี้ไม่เกินจริงๆ  นี่เป็นอีกร้านที่ต้องตามไปตำกันเด้อจ้า  เป็นร้านก๋วยจั๊บที่ได้รับรางวัลมิชลินหลายปีซ้อน นอกจากก๋วยจั๊บที่อร่อยแล้ว ยังมีข้าวหมูกรอบ และป๊อเปี๊ยะสดที่ไม่ควรพลาด   แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะต้องแลกมาด้วยการรอคิวนะจ๊ะ  แนะนำว่าไม่ควรไปช่วงเที่ยง ซึ่งอาจจะต้องรอนานเป็นพิเศษ ร้านนี้อร่อยไม่อร่อย ดังหรือไม่ดัง ให้ดูได้จากนักท่องเที่ยวจีน วันที่เราสองคนไป มีนักท่องเที่ยวจีนมาหลายโต๊ะเลย ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเองด้วยนะ ไม่ได้มากับทัวร์  อีกทั้งคนในพื้นที่เต็มร้าน

เปิดให้บริการทุกวัน 9.00-15.00 น.

9. แดนข้าวมันไก่

 เราขอยกให้ร้านนี้เป็นร้านข้าวมันไก่ไทย ที่อร่อยที่สุดเท่าที่เราเคยกินเลยจ้า และร้านนี้ยังการันตีด้วยรางวัลมิชลินอีกด้วย  และที่สำคัญเลย นี่คือร้านมิชลินที่ราคาถูกที่สุดที่เราเคยกิน เพราะที่ร้านยังขายข้าวมันไก่จานละ 35 บาทอยู่เลย แถมให้ปริมาณที่เยอะด้วยนะ  หรือใครจะสั่งเป็นจานไก่สับแบบเราก็ได้นะ กินไก่แบบจุกๆ ไปเลย  ไก่ทีนี่สับมาแบบชิ้นใหญ่ เนื้อนุ่มฉ่ำ มีรสชาติที่อร่อยเลย ใครไปเชียงใหม่อยากให้ไปลอง

เปิดให้บริการ 7.30-14.00 น.

10. ข้าวเกรียบปากหม้อ ลุงขจรวัดเกตุ

เป็นอีกหนึ่งร้านที่ชอบมาก  กินบ่อยมากๆ ด้วยค่ะ แป้งบางมาก  ไส้อร่อยหวานเค็มกำลังดี  จะกินแบบราดน้ำกะทิก็อร่อย กินเปล่าๆ ก็อร่อย   กล่องละ 20 บาท

ร้านจะตั้งอยู่ตรงข้ามวัดเกตุ 

เปิดให้บริการ 6.00-17.00 น.

11. วัดอุปคุต

และขอปิดท้ายทริปเชียงใหม่ด้วยสายมู  เธอจ้าเขาว่ากันว่ามาเชียงใหม่ต้องวัดนี้เท่านั้น ปังจริง เฮงจริง  อะไรที่เขาว่าดี นุ้ยก็ว่าดี และตามไปอย่างรวดเร็ว วัดนี้ตั้งอยู่ที่ถนนท่าแพ ก็กลางเมืองอยู่นะเธอ อยู่คู่กับเชียงใหม่มาสองร้อยกว่าปีแล้วน๊า  ไปแล้วก็ตั้งใจตั้งใจอธิฐานขอพรกันให้ดี ขอให้ร่ำรวยเงินทอง มีโชคมีลาภ ทำมาค้าขึ้น การงานปังๆ   แต่ถ้าใครอยากปังมาก ๆ ให้ไปให้ตรงกับวันที่มีประเพณี วันเป็งปุ๊ด เป็นการตักบาตรเที่ยงคืน ในคืนวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ ที่ตรงกับวันพุธ  โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นเดือนไหน ในแต่ละปีจะไม่ตรงกัน ซึ่งพระภิกษุสามเณรทุกรูปจะออกบิณฑบาตในตอนเที่ยงคืน