เที่ยวมาเก๊าด้วยตัวเอง

มาเก๊า..เฟิร์สไทม์  #อ่านจบเที่ยวเองได้เลย

ถ้ารู้ว่าเที่ยวง่าย จ่ายไม่แพง  ไปตั้งนานแล้ว

ใครยังไม่เคยไปมาเก๊า และคิดกำลังจะไป

แวะมาอ่านด่วนจ้า  มาเก๊าเป็นเมืองเล็กๆ นุ้ยกับต้นเลือกให้เวลาสำหรับที่นี่ 3 วัน 2 คืน

ซึ่งมันค่อนข้างจะกำลังดี  ถ้าไม่ชิลล์มากเกินไปเหมือนนุ้ย 555

สิ่งที่นุ้ยกับต้นอยากบอกคือ มาเก๊าไม่ได้มีแค่คาสิโน

แต่มาเก๊า มีวัฒนธรรม มีบ้านเรือนที่เป็นเอกลักษณ์ มีอาหารอร่อย และมีมุมถ่ายรูปเพียบ

อ่านรีวิวนี้รีวิวเดียวรับรอง เพื่อนๆ สามารถจองตั๋ว จองที่พัก เก็บกระเป๋าแล้วออกเที่ยวด้วยตัวเองได้ทันที  

เราขอบอกค่าใช้จ่ายทริปนี้แบบคร่าวๆ คือ คนละ 12,000 บาท จ่ายครบทุกอย่าง

ทั้งค่ากิน ค่าเที่ยว ค่ารถ ค่าตั๋วเครื่องบิน  และค่าที่พักสุดหรูด้วยนะเออ  และช้อปปิ้งได้อีกนิดหน่อย

// ที่พัก //

ทริปนี้เรานอนกันที่ Sofitel Macau At Ponte 16 เป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ทำเลเริ่ด

เราจองผ่าน booking.com  ในราคาเกือบๆ 4 พัน ต่อคืน

ซึ่งต้องบอกว่า ราคาที่พักในมาเก๊า ค่อนข้างสูง เริ่มต้นกันที่ประมาณ 2 พัน  นุ้ยกับต้นจึงเลือกโรงแรมที่สบาย ทำเลดี วิวสวย เดินทางสะดวก

หากเพื่อนเดินทางในช่วงนี้ แนะนำ ดีลสุดพิเศษจาก Booking.com  “Mid-Year Deals”

ซึ่งนำเสนอส่วนลดที่พักเริ่มต้นตั้งแต่ 15% ขึ้นไปในช่วงพีคของการท่องเที่ยวระหว่างเดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนกันยายนนี้

พบกับดีลส่วนลดพิเศษมากกว่า 48,000 รายการ และที่พักที่ร่วมรายการมากกว่า 28,000 ที่พัก สามารถจองได้ที่ https://goo.gl/uNFoig

// การเดินทาง //

มีหลายสายการบินที่บินตรงจากไทย ไม่ว่าจะเป็นแอร์เอเชีย นกสกู๊ต แอร์มาเก๊า

หรืออีกหนึ่งวิธี คือนั่งเรือจากฝั่งฮ่องกง มีให้บริการทั้งเฟอร์รี่ และเรือเร็ว ประมาณว่าทริปเดียวได้ 2 เมือง

 // ค่าเงิน  //

เงินมาเก๊าเรียกว่า ปาตาการ์ หรือ Mop  ซึ่ง 1 mop = 4 บาทไทย โดยประมาณ

สามารถใช้เงินฮ่องกงที่มาเก๊าได้ 1 ดอลล่าฮ่องกง = 1 mop ( ใช้เงินมาเก๊าคุ้มกว่า)

การแลกเงินจากไทย ต้องโทรจองนะคะ ถ้า walk in รับรองได้เลยว่าไม่มีให้แลก นุ้ยลองกับซุปเปอร์ริชมาทั้ง 2 สี หลายสาขา (นี่คือความชล่าใจรอแลกวันสุดท้าย ถือว่าพลาด )

ถ้าหากไปแลกที่มาเก๊า แนะนำให้แลกในเมือง  เรทจะดีกว่าที่สนามบินเยอะ

สามารถกดเงินจากตู้ ATM ได้ ค่าธรรมเนียม 75 บาท (กดจาก HSBC)

เอาเป็นว่ารายละเอียดและเรื่องเล่าในทริปนี้ยังมีอีกเยอะมาก

ประวัติคร่าวๆ กันสักนิด

มาเก๊าเป็นเขตการปกครองพิเศษของจีน ซึ่งเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกส 

ทำให้วัฒนธรรมของมาเก๊าเป็นการผสมผสานระหว่างจีน และโปรตุเกส

คนไทยสามารถไปเที่ยวมาเก๊าได้แบบไม่ต้องใช้วีซ่า  อยู่ได้ 30 วัน

สถานที่ท่องเที่ยวของเราในทริปนี้ ก็จะประมาณนี้

ถนนแห่งความสุข Happy Street หรือ Rua de Felicidade 

จัตุรัสเซนาโด Senado Square

Ruins of St. Paul’s 

Mount Fortress

A Ma Temple

Coloane village

Chapel of St. Francis Xavier

The Venetian

และร้านเด็ดอีกหลายร้าน

การเดินทางเข้าเมือง วิธีที่ง่าย และค่าใช้จ่ายถูกก็จะเป็นการนั่งรถบัสไปเลยค่ะ

ราคา 3-6 mop  แล้วแต่สาย สามารถขึ้นรถได้ที่ชั้น 1 หน้าสนามบินได้เลยค่ะ

(บางคนบอกนั่งรถฟรีไปก็ได้ แต่คือถ้าไม่ใช่รถของโรงแรมโดยตรง เราจะต้องต่อรถบัสฟรี หลายทอดมาก แนะนำว่านั่งบัสจ่ายเงินตรงยาวไปเลยเพราะมันแค่ประมาณ 12- 24 บาทเอง 

ค่ารถบัสจะเป็นแบบ ราคาเดียวตลอดสาย ถ้าหากไม่ได้ใช่ macau pass เตรียมเงินให้พอดีนะคะ เพราะบนรถไม่มีทอน

#แฟนพาเที่ยว #มาเก๊า #Macau #Bookingcom #Bookingyeah

มาเก๊าพาร์ท  ราคา 130 เหรียญ ใช้ได้ 100  ค่ามัดจำ 25 ค่าธรรมเนียม 5

ซื้อได้จากเซเว่นในสนามบินเลยค่ะ  อยู่ที่ชั้น 2  (แต่ตอนคืนต้องคืนที่สำนักงานใหญ่  เก็บกลับมาเป็นที่ระลึกแล้วกัน )   

 ใช้จ่ายค่ารถได้ ใช้แทนเงินสดในมินิมาร์ทได้  

มาถึงที่พักของเราแล้วค่ะนุ้ยนั่งรถบัส สาย 26 มาลงป้ายหน้าโรงแรมเลย สะดวกมาก

ทริปนี้จากที่พักผ่าน Booking.com 

Booking.com  ข้อดีของนางเยอะมากจริงๆ

  1. มีที่พักให้เลือกหลากหลายประเภท ครอบคลุมทั่วโลก
  2. จองก่อน จ่ายทีหลัง (จ่ายเมื่อเข้าพักจริงได้)
  3. ฟรีค่าธรรมเนียมการจอง ยกเลิกและปรับแต่งการจองได้ รับประกันราคาที่ดีที่สุด ราคาที่โชว์จะรวมทุกอย่างแล้ว •
  4. ปรับเปลี่ยนการจองได้ก่อนการเข้าพัก 24 ชั่วโมง

…………………

ดีลสุดพิเศษจาก Booking.com  “Mid-Year Deals”

ซึ่งนำเสนอส่วนลดที่พักเริ่มต้นตั้งแต่ 15% ขึ้นไปในช่วงพีคของการท่องเที่ยวระหว่างเดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนกันยายนนี้

พบกับดีลส่วนลดพิเศษมากกว่า 48,000 รายการ และที่พักที่ร่วมรายการมากกว่า 28,000 ที่พัก

สามารถจองได้ที่ https://goo.gl/uNFoig

// ที่พัก //

ทริปนี้เรานอนกันที่ Sofitel Macau At Ponte 16 เป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ทำเลเริ่ด

เราจองผ่าน booking.com  ในราคาเกือบๆ 4 พัน ต่อคืน

ซึ่งต้องบอกว่า ราคาที่พักในมาเก๊า ค่อนข้างสูง เริ่มต้นกันที่ประมาณ 2 พัน  นุ้ยกับต้นจึงเลือกโรงแรมที่สบาย ทำเลดี วิวสวย เดินทางสะดวก

แค่ล็อบบี้ก็อลังการเว่อวังมากๆ

ห้องที่นุ้ยพักเป็นห้องเริ่มต้น แต่กว้างมาก สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน  

มีอ่างให้แช่ฟินๆ หลังจากเที่ยวทั้งวัน

วิวหลังห้องก็จะประมาณนี้ 

หลังจากเช็คอินเสร็จเรียบร้อย สิ่งที่ไม่คาดคิดของทริปก็เกิดขึ้น นั่นคือฝนตกหนักมาก

นั่งมองหน้ากันอยู่ในโรงแรมนานมาก จนในที่สุดก็ตัดสินใจกางร่มลุยฝน

ไปเที่ยวเหรอ ?

เปล่า

ไปหาของอร่อยกินจ้า

ซึ่งร้านแรกที่เราเลือก และปลายทางแรกที่เราไปคือร้านนี้

ร้านข้าวหน้าเป็ดเทพ ชื่อร้านว่า Chan Kong Kei

เป็นร้านชื่อดังในหมู่คนไทย และนักท่องเที่ยวรวมทั้งชาวมาเก๊าเองด้วย

ปกติกินตามรอยรีวิว ก็จะไม่ค่อยว้าวสำหรับนุ้ย บางทีมันไม่อร่อย

แต่ร้านนี้ ต้องไป  ย้ำว่าต้องไป  คือดี คืออร่อย

บรรยากาศในร้าน 

ข้าวหน้าเป็ดพริกไทยดำคือเริ่ดเนื้อเป็ดนุ่มไม่เหนียว ไม่เหม็น ซอสพริกไทยดำรสชาติกลมกล่อม หนังเป็ดกรอบนิดๆ คืออร่อยมากจริงๆ

หมูกรอบก็ไม่แพ้กัน  เป็นหมูสามชั้นที่มีมันน้อยมาก เนื้อหมูนุ่ม หนังกรอบสุดๆ รสชาติจะเค็มๆ กลมกล่อมเช่นกัน 

สวนหมูแดงนั้นรสชาติอร่อย แต่นุ้ยว่าเนื้อมันแน่นๆ แข็ง (แต่ลองกินหลายร้าน หมูแดงจะเป็นลักษณะเดียวกันหมด)

กินคาวไม่กินหวานเขาว่าสันดาลไพร 

นุ้ยมักจะเอามาปลอบใจตัวเองตอนเจอร้านขนม

เพราะหลังจากฟาดข้าวหน้าเปิด ข้าวหน้าไก่ไปแล้ว  เราก็ไปต่อกันที่ร้านทาร์ตไข่ชื่อดัง

แม้ว่าร้านนี้จะไม่ใช่ร้านต้นตำหรับ หรือร้านแรก แต่บอกเลยว่า อร่อยมาก อร่อยไม่แพ้กันเลย และคนเยอะมาก

และจะเล่าว่า …  ร้านนี้เดินไปเจอโดยบังเอิญ เพราะฝนตก เราก็กางร่มเดินเล่นไปเรื่อย

  แล้วก็ผ่านซอยเห็นคนมุงอะไรกันเยอะแยะ  ก็เลยตัดสินใจเข้าไปซื้อ 

ราคาชิ้นละ 10 mop  6 ชิ้น เท่าไหร่แล้วน๊าจำไม่ได้

จบตรงที่เราซื้อมาชิ้นเดียว   แล้วมันอร่อยมาก แต่คิวยาวมาก จะกลับไปซื้อใหม่ก็ไม่ได้ไง

หลังจากพบว่ามันอร่อย  พอเสิร์ทข้อมูลดู 

อ้าว! นี่มันร้านดังนี่นา  และมันก็อยู่ในแพลน  (แต่เราแค่ยังไม่ได้ตั้งใจมาไง แค่เดินผ่านมา แล้วดันได้ชิม)

สรุปวันแรกของเราแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากกิน และถ่ายรูปนิดหน่อย

Day 2 

เช้าวันที่สอง วันนี้ฟ้าสดใส  นุ้ยกับต้นไปเริ่มกันที่ถนนแห่งความสุข

ถนนแห่งความสุข :  Happy Street หรือ  Rua de Felicidade 

ถนนเส้นนี้นิยมมาเดินกันช่วงเย็นๆ กลางคืน เพราะจะมีร้านอาหารเปิดคึกคัก แต่ถ้าทำเหมือนคนอื่นก็ไม่ใช่เราสองคน 

เราเลือกมากันตอนเช้า เพราะคนจะไม่ได้เยอะ  ถ่ายรูปกันสนุกเลย

และสาเหตุที่ถนนเส้นนี้เรียกว่าถนนแห่งความสุขเพราะว่า เดิมทีถนนเส้นนี้เป็นถนนราตรี

(บ้างก็เรียกว่าถนนโคมแดง จริงหรือเปล่า นุ้ยไม่ฟันธงนะ)

ถนนเส้นนี้ จะเป็นบ้านจีนโบราณ สีสันนี่สุดๆ ชนะทุกเวที เขียวบ้าง แดงบ้าง 

เดินเล่นมาเรื่อยๆ จนสุดถนน นุ้ยเลือกเดินเลี้ยวไปทางซ้าย เพราะคิดว่าจะเดินไปจนถึงจตุรัสเซนาโด้

มาสะดุดที่ร้านนี้  เอาอีกแล้วเป็นเหยื่อยการตลาดจ้า  เห็นคนเดินเข้าร้านไม่หยุด

ทั้งคนพื้นที่และนักท่องเที่ยว บางคนเปิด google map เดินมายังร้านโดยเฉพาะเลย  แล้วเราจะรออะไรอยู่ละคะ 

วิ่งตรงเข้าไปยังร้านเลย

จะเป็นคล้ายๆ ร้านอาหารเช้าของฮ่องกงค่ะ มีโจ๊ก ปาท่องโก๋ และติ่มซำ นมตุ่น น้ำเต้าหู้

ซึ่งเราสองคนก็ได้แต่นั่งมองหน้ากัน  ภาษาจีนล้วนๆ คิดแล้วคิดอีก จะสั่งยังไง

แต่จู่ๆ เหมือนสวรรค์มาโปรด เพราะพนักงานเดินมาหาเราพร้อมเมนูภาษาอังกฤษจ้า

แต่จนแล้วจนรอด  ก็ยังมีบางเมนูที่ชี้เอาว่าอยากได้เหมือนโต๊ะอื่น  

ลองแวะทานดูนะคะ นุ้ยว่าอร่อยดี  และสนุกดีตอนสั่งแบบงงๆ (ทั้งร้านพูดอังกฤษไม่ได้

เมื่อมาถึงจตุรัสเซนาโด้  ถ่ายรูปเล่นเพลินมาก มุมถ่ายรูปเยอะมาก 

จะว่าไปย่านนี้คือย่านช้อปปิ้งที่มีทุกสิ่งอย่าง  แต่นุ้ยไม่ได้ช้อปเลย  เน้นถ่ายรูป

เดินมาจนถึงโบสถ์  St. Dominic’s ChurchS

สามารถเข้าไปดูด้านในได้ค่ะ

ร้านไอศครีมเจลลาโต้ คือดีห้ามพลาด ชื่อร้าน lemon cello ได้รับรางวัลมิชลิน 3 ปีซ้อนเลยนะ

อร่อย  คนขายก็หล๊อ หล่อ 5555

มาถึงร้านดังอีกหนึ่งร้าน ร้านนี้ชื่อว่า Wong Chi Kei  ร้านนี้ต้องรอคิวกันเลยทีเดียว

ตั้งอยู่บริเวณ จตุรัสเซนาโด้นี่แหละ

แต่สำหรับนุ้ย นุ้ยไม่ค่อยชอบอ่า มันไม่ได้อร่อยมาก และราคาสูงด้วย    แต่เพื่อนๆ ลองดูก็ได้นะ อาจจะชอบ 

ยังไม่จบ วันนี้เดินทั้งวัน  ไม่นั่งรถ macau pass แทบไม่ได้ใช้

ปลายทางต่อไปคือ  Ruins of St. Paul’s 

เดินลัดเลาะไปเรื่อย จะไปเจอถนนเส้นนี้ก่อน ร้านขายของฝากล้วนๆ

ส่วนใหญ่จะเป็นหมูแผ่น แต่นุ้ยไม่ได้แวะซื้อและชิม เลย บอกไม่ได้จริงๆ ว่าอร่อยมั้ย

มาถึงแล้ว   ซากประตูโบสถ์เซนต์ปอล Ruins of St. Paul’s

เป็นซากโบสถ์ที่มีเฉพาะประตูเท่านั้น  เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมาเก๊าเลย

เป็นแลนด์มาร์คที่ไม่มา คือไม่ถึงมาเก๊า

ปลายทางสุดท้ายของวันที่สองคือ จุดชมวิวป้อมปราการ

ป้อมปราการมองเต Macau Monte Fort  เป็นป้อมปราการที่เก่าแก่ที่สุด อยู่ติดกับ Ruins of St. Paul’s เ

ดินขึ้นไปก็จะเหนื่อยๆ หน่อย แต่วิวด้านบนสวยมาก 

Day 3 วันสุดท้ายของการเดินทาง

วันนี้เอาฤกษ์เอาชัยด้วยการไปไหว้พระกันที่วัดอาม่า  Ama- Temple

เป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นก่อนจะที่มีเมืองมาเก๊า  และว่ากันว่าชื่อเมืองมาเก๊า ก็มีต้นกำเนิดมาจากวัดอาม่านี่แหละ

วัดนี้เน้นขอพรเรื่องโชคลาภ สุขภาพ

ไปเช้าๆ หน่อยจะดี เพราะวัดนี้จะมีทัวร์ลงไปสายๆ ก็จะวุ่นวายหน่อย

และอีกหนึ่งร้านก่อนเราจะออกจาตัวเมืองไปไทปา เป็นร้านที่อยู่ห่างจากที่พักไม่เยอะนัก 

ร้านบ้านๆ ธรรมดาๆ เลยค่ะ แต่คิวยาวมา ยาวตั้งแต่ร้านไม่เปิด 

ซึ่งร้านนี้จะเปิดตอน 11.00 น.  

สิ่งที่ร้านขายจะมีข้าวหน้าไก่ ข้าวหมูแดง และหมูอะไรสักอย่าง 

ซึ่งแน่นอนว่าเราต้องรอคิว กว่าจะได้กินก็ประมาณ 1.30 ชม.

และนี่เป็นการมาเข้าคิวครั้งที่ 2 ด้วย ครั้งแรกยืนไม่ไหว คิวไม่ขยับก็เลยกลับ 

และดูความหนาแน่น อร่อยมั้ย อร่อยมาก 

เนื้อเน้นๆ  เลยจ้า ไก่นุ่มมาก นุ้ยชอบกินไก่ แต่หมูแดงก็จะแบบเดียวกับร้านวันก่อน ซึ่งแข็งๆ แต่รสชาติอร่อย 

และเมนูที่ขายดีก็หมูแดงนี่แหละ 

หลังจากไหว้พระเสร็จ  เราจะไปใกล้ๆ สนามบิน นั่นคือโซนไทปา  และ โคโลอาน

นุ้ยนั่งรถบัสไปยัง Coloane village  มีผ่านหลายสายมาก  

เป็นหมูบ้านชาวประมงที่อยู่ทางตอนใต้ของเกาะไทปา  เงียบสงบมาก อยู่ติดริมทะเล

ความเก๋ของเมืองนี้อยู่ที่สีสันของบ้านเรือน มุมชิคๆ ถ่ายรูปเพียบ

และที่เด็ดอีกอย่างคือ   มีร้านทาร์ตไข่ เจ้าที่ดังที่สุดในมาเก๊า เพราะเป็นเจ้าแรก

ชื่อว่าร้าน Lord Stow Bakery   ร้านจะอยู่ใกล้ๆ กับป้ายรถบัสเบอร์ 25  อร่อยมาก

แป้งทาร์ตจะมีความกรอบกว่าร้านแรก  ราคาชิ้นละ 9 หรือ 10 mop นี่แหละ

มีประสบการจากร้านแรก ร้านนี้จัดมา 6 ชิ้นเลยจ้า กินคนเดียว

ไปเดินเล่นกันต่อใน โคโลอาน

โบสถ์เซนต์ฟรานซิสซาเวียร์ Chapel of St. Francis Xavier  สีเหลืองหวานมาก 

ถ้าจำไม่ผิดโบสถ์นี้เคยเป็นฉากในซีรี่เกาหลีเรื่อง เจ้าหญิงวุ่นวายเจ้าชายเย็นชาด้วยนะ

เริ่มเย็น นุ้ยนั่งรถกลับมายัง The Venetian  เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่พอนึกถึงมาเก๊า ก็ต้องนึกถึงที่นี่ ไม่มามันก็จะแปลกๆ    บริเวณนี้มีหลายจุดที่สวยๆ ไม่ว่าจะ Studio city , Parisian, galaxyเดินเล่นถ่ายรูปเพลิน ๆ

 แต่เมือเราเข้ามาใน The Venetian จะหรูหราไปไหนค่ะนี่

สวยมาก อยู่ทีนี่ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน ก็จะสว่างสไหวตลอด

ช้อปปิ้งหนักมาก มี duty free อยู่ที่นี่ด้วย 

และอย่าถามว่าได้ลองคาสิโน่มั้ย

ไม่เหลือค่ะ   ตังค์นะคะที่ไม่เหลือ 5555

โอ๊ยจบเร็วเหลือเกิน สำหรับทริปมาเก๊า 3 วัน 2 คืน จริงๆ ยังมีที่เที่ยวอีกหลายจุดเลยนะ

แต่นุ้ยติดฝน และชิลล์มากหน่อย  ถ้าเพื่อนๆ จะไปเที่ยวมาเก๊าลองนำไปปรับเปลี่ยนดูเนอะ 

อ๋อ ! จาก The Venetian มีรถรับส่งสนามบินฟรีนคะ  ก่อนขึ้นเครื่องมาเที่ยวที่นี่ก่อนได้สบายเลย

แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าเด้อ

และสุดท้ายอย่าลืม ดีลสุดพิเศษจาก Booking.com  “Mid-Year Deals”

ซึ่งนำเสนอส่วนลดที่พักเริ่มต้นตั้งแต่ 15% ขึ้นไปในช่วงพีคของการท่องเที่ยวระหว่างเดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนกันยายนนี้

พบกับดีลส่วนลดพิเศษมากกว่า 48,000 รายการ และที่พักที่ร่วมรายการมากกว่า 28,000 ที่พัก สามารถจองได้ที่ https://goo.gl/uNFoig

…………………………………………………………………………

ติดตามเรา  Nui ka ton แฟนพาเที่ยว  

Fanpage : https://www.facebook.com/MyLifeMyTravels

WebSite : www.mylifemytravels.com

Youtube : https://goo.gl/0bnw9a

Instagram: https://goo.gl/G7qsVC

….

สนใจติดต่องานได้ที่

E-Mail :  mylifemytravels@gmail.com

Tel.  :  094-5929142

#แฟนพาเที่ยว #mylifemytravel #NuiKaTon #Coupletravelers

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : เที่ยวมาเก๊าด้วยตัวเอง