เสน่ห์เชียงคาน….ในฤดูที่แสนเหงา

** Travel in Loves ** เสน่ห์เชียงคาน….ในฤดูที่แสนเหงา

การเดินทางของนุ้ยมักมาพร้อมกับคำถามของคนรอบข้างเสมอ
ไปทำไม… ไปเพื่ออะไร….. ไปแล้วได้อะไร…… แล้วทำไมต้องไป
ต่างคนต่างเหตุผล … ต่างคนต่างรู้สึกรัก….. ในสิ่งที่ต่างกัน
นุ้ยรักในการเดินทาง…รักที่จะออกไปมองโลกกว้าง   ออกไปให้เห็นด้วยตา ออกไปสัมผัสด้วยร่างกาย  ออกไปรับรู้ด้วยหัวใจ และบันทึกเรื่องราวไว้เป็นความทรงจำ
บนถนนของการเดินทาง..มีหลากเรื่องราวให้เรียนรู้ หลายคนชอบไปในสถานที่ต่างๆ ในฤดูกาลท่องเที่ยว ไปภาคเหนือช่วงหน้าหนาว
ไปทะเลช่วงซัมเมอร์

แต่สำหรับนุ้ยมักเลือกที่จะเดินทาง ฤดูที่ใครๆ ไม่ค่อยเดินทาง   ฤดูที่หลายๆ คนมองข้าม เพื่อที่จะใช้เวลาบันทึกและบอกเล่าเรื่องราวในฤดูที่ต่าง  ….ว่ามีเสน่ห์อย่างไร

เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะไม่เคยได้ยินชื่อ …เชียงคาน   และเชื่อว่าหลายคนคงกลับไปเยือนแล้วเป็นครั้งที่สอง สาม
นุ้ยก็คือหนึ่งในนั้น….ที่กลับไปเยือนเชียงคานเป็นครั้งที่สอง
บางครั้งนุ้ยก็หาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ว่า….จะกลับไปทำไมทีเดิมซ้ำๆ
ทั้งที่ มีอีกหลายสถานที่  ที่คอยให้ไปทำความรู้จัก…ให้รู้สึกรัก …
แล้วคุณละ เคยหรือเปล่า กลับไปที่เดิมซ้ำๆ และเคยมั๊ย ที่จะออกเดินทาง ในฤดูที่ต่าง

ข้อมูลการเดินทาง

จากกรุเทพ – สู่เชียงคาน

1. โดยรถส่วนตัว นุ้ยขออนุญาตไม่บอกเส้นทางแบบละเอียด แต่นุ้ยแนะนำ GPS  หรือกางแผนที่เลยคะ  เพราะการเดินทางของนุ้ยส่วนใหญ่อาศัย GPS มือถือ และหนังสือทางหลวง(กรณีสัญญาณหาย)

2. โดยรถสาธารณะ รถโดยสารไปเชียงคาน มีเฉพาะของ บริษัทขนส่ง เท่านั้น ที่ไปถึงเมืองเชียงคาน โดยตรง
– กรุงเทพฯ-เชียงคาน เที่ยวไปเชียงคานมี 2 รอบ คือ รอบเวลา 07.00 น. และเวลา 22.00 น.
– เชียงคาน-กรุงเทพ มี 2 รอบ คือ รอบเวลา 07.30 น และ 19.30 น.

3.     โดยเครื่องบิน แต่จะไม่มี ไปถึงเชียงคานโดยตรง  นุ้ยให้ข้อมูลคร่าวๆ ตามนี้

–    นกแอร์   จากกรุงเทพ  – เลย  จากนั้นเราต้องใช้บริการรถสองเท่า หรือเช่ารถต่อ
และ
–    การบินไทย  จากกรุงเทพ  – อุดร
–    บางกอกแอร์เวย์  จากกรุงเทพ  – อุดร
–    แอร์เชีย จากกรุงเทพ  – อุดร, ภูเก็ต – อุดร
ซึ่งการเดินทางของนุ้ยก็ลงอุดรเช่นกัน  แล้วเช่ารถขับต่อไปยังเชียงคาน ใช้เวลาการเดินทางโดยประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที

และนำแผนที่เชียงคานมาฝากคะ..เครดิตตามภาพเลยคะ

ข้อมูลที่พัก

ที่พักมีเยอะมากๆ  แต่ในช่วงฤดูหนาวอาจจะต้องจองล่วงหน้า แต่ในฤดูเหงาๆ  หน้าร้อน หน้าฝน นุ้ยแนะนำ  walk in เลยคะ  เลือกได้ต่อรองราคาได้  บริเวณถนนชายโขง มีให้เลือกมากมาย   นุ้ยก็ยังแอบเสียดายเล็กๆ ที่จองไว้ล่วงหน้า  แต่ก็เป็นกันป้องกันไว้ก่อน เพราะรู้ตัวว่าจะต้องเดินทางไปถึงเย็นๆ หรืออาจจะค่ำ

นุ้ยได้ยินชื่อเชียงคาน เมื่อนานมาแล้ว นับหลายปี …ด้วยคำล่ำลือที่ว่า
เป็นเพียงเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม บ้านไม้หลังเก่า ร้านกาแฟน่ารัก สัมผัสอากาศหนาวริมฝั่งโขง  …
คำล่ำลือเหล่านี้ทำให้หัวใจนักเดินทางของนุ้ยเต้น  ตึ๊ก – ตั๊ก- ตึ๊ก – ตั๊ก   และได้ตัดสินใจไปเยือนเชียงคานครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งในตอนนั้น นุ้ยเลือกไปในช่วงฤดูหนาว  ได้สัมผัสอากาศหนาวริมฝั่งโขง ยามลมพัดมา สดชื่นยิ่งนัก แต่ผู้คนช่างมากมายเหลือเกิน จะเลือกกิน เลือกซื้อ เลือกเดิน เลือกถ่ายรูป ต้องใช้เวลาในการรอ มากกว่าการได้สัมผัส เชียงคานอย่างแท้จริง
ครั้งนี้จึงเป็นการตัดสินใจที่กลับไปอีกครั้ง…ในฤดูที่แตกต่าง เพียงเพื่อได้สัมผัสเสน่ห์เชียงคานอย่างแท้จริง
นุ้ยเดินทางไปถึงเชียงคานในช่วงเวลาเย็น ….จึงมุ่งหน้ายังแก่งคุดคู้เป็นสถานที่แรก  เป็นสถานทีท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง  หากใครได้มาเยือนเชียงคาน …ก็มักที่จะไม่พลาดไปยังสถานที่แห่งนี้
แก่งคุดคู้  คือ แก่งหินขนาดใหญ่ ที่ทอดตัวขวางลำน้ำโขง  กว้างใหญ่เกือบจรดสองฝั่งแม่น้ำ  มีกระแสน้ำไหลผ่านอย่างเชียวกราก   ช่วงที่จะเห็นแก่งได้ชัดเจน จะเป็นช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ถึง พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น้ำแห้ง
แต่นุ้ยแนะนำ  หากได้รูปสวยๆ จากแก่งคุดคู้ ต้องไปเช้า  เพราะจะเห็นพระอาทิตย์โผล่จากเหลี่ยมเขาทางฝั่งลาว  แต่ด้วยเวลาที่น้อยนิดของนุ้ย  นุ้ยเลือกเก็บช่วงเวลายามเช้าไว้สำหรับการตักบาตร
นอกจากแก่งคุดคู้จะมีความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ของการทับถมก้อนหินขนาดใหญ่แล้ว
แก่งคุดคู้ยังมีขอฝากที่แสนอะไรอย่างมะพร้าวแก้ว  แบบที่นุ้ยไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน

ด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อน ที่นิ่ม มัน  เคี้ยวกับน้ำตาม จนเข้าที่  ตั้งพักให้เย็น ก็จะได้มะพร้าวแก้วแสนอร่อย

นอกจากมะพร้าวแก้วแบบนิ่ม แล้ว  ยังมีแบบกรอบด้วย  แต่นุ้ยแนะนำแบบนิ่ม มันอร่อยจริงๆ (ความชอบส่วนตัวคะ)

เวลาผ่านไปไม่นาน   แสงตะเริ่มลาลับหายไป นุ้ยตรงดิ่งไปยังที่พัก เพื่อเก็บข้าวของ
สถานที่หลับนอนของนุ้ยในครั้งนี้คือ นอนนับดาวริมโขง
นอนนับดาวริมโขง  ตั้งอยู่ที่ซอย 3 ถนนชายโขง  ซึ่งห่างออกมาจาก บริเวณ ถนนคนเดินพอควร
และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง  เพราะนุ้ยต้องการความเงียบ และต้องการพักผ่อน

บริเวณล็อบบี้ตกแต่งได้น่ารักเลยทีเดียวคะ

มีโซฟา   เก้าอี๋เก๋ๆ  ให้นั่งพัก นั่งรอ

มุมน่ารักๆ  สำหรับการถ่ายรูป  และยังตกด้วยของเก่า  ดูมีเสน่ห์

ห้องที่นุ้ยพักเป็นห้องใหญ่ สามารถพักได้ 4 คน มีเตียง สำหรับ 2 คน 2 เตียง  ราคา 1,800 บาท รวมอาหารเช้า  แต่ครั้งนี้ไปกัน 3 คน นุ้ยเลยขอต่อราคาขอลดเหลือ 1,500 บาท

ภายในห้องไม่ได้กว้างมากนัก  แต่ก็พอมีพื้นที่ให้ใช้สอย

มีโต๊ะตรงปลายเตียง ไว้สำหรับวางของ   ตู้เย็น ทีวีพร้อม  แต่ไม่มีตู้เสื้อผ้านะ

ภายในห้องน้ำ  ขนาดไม่กว้างไม่แคบ  มีเครื่องทำอุ่น

เก็บข้าวของ พักให้หายเหนื่อย ….ก็ออกไปเดินเล่นถนนคนเดิน  จากที่พักสามารถเดินไปได้ ซึ่งไม่ไกลนัก  ได้เดินดูบ้านเรือนที่พัก ต่าง ๆ ตลอดทาง

หรือหากใครเป็นนักปั่น  ก็สามารถปั่นจักยานกันแบบชิลๆ  ซึ่งที่พักแต่ละแห่งจะมีไว้บริการ บางที่ก็มีให้ใช้กันฟรี แต่บางทีก็คิดค่าเช่า ราคาต่างกันไป

นอนนับดาว ก็มีไว้บริการเช่นกัน คันละ 50 บ้านตลอดการพัก แต่นุ้ยเลือกเดินคะ

มีเด็กๆ มาเล่นดนตรีแสดงความสามารถ  ..ใช้เวลาว่างยามเย็นให้เป็นประโยชน์
เอ้า…สนับสนุนทุนการศึกษากันหน่อย  เล็กๆ น้อยๆ เป็นกำลังใจให้น้องๆ คะ

แต่ในวันนี้ถนนคนเดิน ดูค่อนข้างเงียบเหงา  ต่างกับวันวานที่เคยมา

ผู้คนค่อนข้างบางตา  ซึ่งไม่ต่างจากร้านค้า  บางส่วนได้ปิดให้บริการ

แต่สำหรับนุ้ย ….ผู้คนที่ไม่เยอะ และไม่น้อยเกินไป  คือเสน่ห์ของการทาง  จะซื้อจะกิน ก็ลุยเลยไม่ต้องรอ

เดินไป ช็อปไป  จะไม่ชิมก็กะไรอยู่  มีอาหารมากมายให้ลองชิม  ที่สำคัญราคาถูกๆ ทั้งนั้น

อย่างแรก ไม้ละ 10 บาท  เรียกว่าอะไรไม่รู้ กุ้งเสียบ กุ้งย่าง กุ้งเผา  หรือกุ้งอะไรก็ไม่รู้  รู้แค่ว่าคือกุ้งตัวเล็กๆ เสียบไม้ย่าง  กรอบๆ  เค็มๆ มัน  เดินไปกินไป เพลินดี

อย่างที่ 2  หมูยอนึ่ง ไม่ละ 10 บาท เหมือนเดิม  กินคู่กะน้ำจิ้มซีฟู๊ด    เข้ากันดีเหมือนกันนะ

อย่างที่  3  นมสดทอด  ชุดละ 20 บาท  ตอนแรกลองทานเพราะแปลก ยังเข้าไม่ถึงภูเก็ต 555  แต่รสชาติแบบนี้ไม่ค่อยเหมาะกับนุ้ยสักเท่าไหร่คะ

และยังมีอีกหลายอย่างให้เลือกชิม ไม่ว่าจะเป็น เมี่ยงคำ ปาท่องโก้ ยัดไส้ โน่นนี่นั้นมากมาย

ของขวัญของฝากมากมาย  และที่ขาดไม่ได้ทุกครั้งของการเดินทาง   คือส่งโปสการ์ดให้ใครหลายคนที่คิดถึง

เดินเล่น จนเริ่มเมื่อย ได้เวลากลับ  แต่ท้องก็ต้องการของหนัก  เล็งซ้ายเล็กขวา  ร้านนี้ละกัน เฮือนหลวงพระบาง

ภายในร้านค่อนข้างโล่ง  แต่ก็พอมีลูกค้าอยู่หลายโต๊ะ เลยทีเดียว  มีที่นั่งริมโขงด้วย

วันนี้สั่งอาหารมามั้งหมด 4 อย่าง

อย่างแรก  กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา  อร่อยคะ เป็นความชอบส่วนตัว  ตัวน้ำปลา รสชาติกลมกล่อม ไม่เค็มเกินไป

อย่างที่สอง  เห็ดหอมสดผัดน้ำมันหอย …แต่เมนูนี้ ไม่สามารถนำสู่สาธารณะได้  เพราะเบลอมาก ๆ เบลอจริงๆ ตอนถ่ายค่อยข้างหิว  และแสงน้อยด้วย

อย่างที่สามหมูสะเต๊ะ  ขายเป็นชุด  ชุดนี้เป็นชุดเล็ก 10 ไม้ ราคา 100 บาท (ถ้าจำไม่ผิด)
เมนูนี้ให้ผ่านคะ  หมูเนื้อนิ่มมากๆ  รสชาติดีทีเดียว  น้ำสะเต๊ะอร่อย  ไม่เหม็นเครื่องเทศ

และสุดท้ายต้มยำน้ำข้นปลาคัง    เอ่อ จะบอกไงดีเมนูนี้ ถ้าถามว่าอร่อยมั๊ย  นุ้ยให้ความเห็นในส่วนของรสชาติแล้วกันเนอะว่า ถึงรสชาติดี เปรี้ยว แซ่บพอควร  แต่ปัญหาของนุ้ยคือไม่ค่อยถนัดปลา และไม่เคยกินปลาคัง  ลองกินแล้ว มีความรู้สึกว่าไม่ใช่ แต่สำหรับใครที่ชอบปลาคัง เมนูนี้ผ่านเลยล

สรุปอาหาร 4 อย่าง ข้าวสามจาน เบียร์สิงห์ 1 ขวด น้ำเปล่า 1 ขวดใหญ่   รวมค่าใช้จ่าย 595 บาท

ทุกๆ เช้าในเมืองเล็กๆ แห่งนี้  เราจะเห็นพระสงฆ์เดิน บิณฑบาต   ซึ่งที่นี้ประเพณีการตักบาตรของเชียงคาน คือการตักบาตรข้าวเหนียว  ส่วนอาหารอย่างอื่นจะนำไปถวายที่วัด

เช้านี้ทางที่พักเตรียมอาหารสำหรับตักบาตร ไว้บริการ ชุดละ 80 บาท   แต่ตั้งสั่งไว้ตั้งแต่ตอนเย็นของอีกวัน

นั่งรอเพียงชั่วครู พระสงฆ์ ก็เดินผ่านมา

นี่ก็คือเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของ…เชียงคาน  เงียบๆ เรื่อยๆ สงบๆ ตักบาตรยามเช้ากับชีวิตที่ไม่ได้เร่งรีบ

หลักจากบาตร เสร็จ ก่อนออกเดินทางไปภูทอก  ที่ใครๆ ก็บอกว่าเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวของเชียงคานที่ไม่ควรพลาดเพราะทะเลหมอกสวยจริง ๆ  ซึ่งควรไปแต่เช้าตรู่  แต่นุ้ยดูจากฟ้าอากาศแล้ว แม้จะรีบไป ก็ไม่มีทางได้เห็นทะเลหมอก  จึงกล้บเข้ามาทานอาหารเช้าในที่พัก
ซึ่งอาหารเช้าของที่นี้จะมี เครื่องดื่ม กาแฟ โอวัลติน  ขนมปังปิ้ง
และยังมีทีเด็ดเป็นไข่กระทะ

และโจ๊กหมูสับเห็ดหอม  นุ้ยไม่แน่ใจนะว่าเลือกทานได้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่าง  แต่นุ้ยทานครบทุกอย่าง   ชอบโจ๊กรสชาติถูกปากมาก ไม่อยากบอกว่าทานไป 2 ถ้วยด้วยละ

ทานอาหารเสร็จ ใชว่าจะไม่อิ่มนะคะ  อิ่มแต่ยังอยากชิมปาท่องโก้ ยัดไส้ลุงมุก
ก่อนขึ้นไปภูทอก นุ้ยแวะไปที่ตลาดสดเทศบาล

มีหลายไส้ให้ได้ลองกัน หมูแดง หมูสับ กล้วย สังขยา  ชิ้นละ 30 บาททุกไส้ และตอนนี้มีขายบริเวณถนนคนเดินด้วยคะ

ภูทอก คือจุดชมวิวทะเลหมอก  ซึ่งห่างจากตัวอำเภอประมาณ 3 กิโลเมตร
เมื่อขับรถมาถึง ทางขึ้น  เราจะต้องจอดรถไว้ โดยมีรถสองแถวพาเราขึ้นไป  โดยคิดค่าบริการ คนละ 25 บาท

รถทั้งคันไม่มีใครอื่นเลยสักคน มีเพียงพวกเรา

ตลอดเส้นทางขึ้นไปด้านบนค่อนข้างชัน

แต่ชั่งเป็นถนนที่สวยงาม  โค้งได้ใจจริงๆ   คุณลุงขับรถสองแถวน่ารักมาก สงสัยเห็นพวกเรามากันน้อย และวันนี้ไม่มีลูกค้าอื่น  จึงพาพวกเรา แวะจอดถ่ายรูประหว่างทางขึ้น

ฟ้ามืดคลึ้มฝนมาเชียว

แต่ยิ่งดูยิ่งรัก ….มันชั่งชุ่มฉ่ำ สดชื่น ….เพราะนุ้ยเป็นหนึ่งคนที่หลงรักฤดูฝนมากๆ

เมื่อขึ้นมาถึงจุดชมวิวด้านบน  …. มองไม่เห็นอะไรเลยคะ  เพราะเรายืนอยู่ท่ามกลางหมอกหนา

ได้แต่เดินเล่นไปรอบๆ  ถ่ายต้นไม้ใบหญ้า

มีฝนโปรยลงมาเล็กน้อย  ให้หมู่มวลดอกไม้ได้สดชื่น

ผีเสื้อตัวน้อยออกโบยบินหาน้ำหวาน

ดอกหญ้าโอนเอน ..โน้มเองตามแรง

เห็นมั๊ย  เสน่ห์เชียงคาน  ในฤดูที่แสนเหงาแบบนี้ มีอะไรซ้อนอยู่  เราสามารถเดินได้ช้าๆ ไม่ต้องรีบเร่ง
สนใจสิ่งรอบตัวได้มากขึ้น

ทิ้งท้ายภูทอกกันไว้ด้วยภาพนี้  ….  เป็นภาพที่นุ้ยหลงรักมากๆ  ให้รับรู้ได้ถึงความรู้สึกหลายอย่าง

กลับลงมาจากภูทอก  นุ้ยกลับไปเดินเล่นยังถนนคนเดินอีกรอบ  อากาศช่วงกลางวันค่อนข้างร้อนเลยที

แต่ประเด็นหลักของนุ้ยคือแวะมาหาของกินอีกแล้ว

นุ้ยแวะมากินข้าวเปียกเส้นซอย 10   ร้าน งอยโขง

ข้าวเปียกเส้นร้านนี้ ชามละ 40 บาท  เครื่องต่างๆ ดูน้อยไปนิด

แต่ใจในส่วนของน้ำซุป  ที่รสชาติกลมกล่อมมากๆ  และบวกกับเส้นที่คุณน้าเจ้าของร้านบอกว่าทำเอง  เหนียวหนึบ นุ่มลิ้นมาก

ชามที่สองเป็นเกาเหลา  ราคาเท่ากัน  มาแบบจัดเต็มมาก  หนักเครื่อง น้ำซุปรสชาดคล้ายกัน  แอบชิมของคนข้างๆ

กินเสร็จไปเดินช็อป ให้ย่อยสักหน่อย   ได้ยางมัดผมมาเส้นนึง จะว่าราคาถูกมั๊ย ก็ถูกกว่าภูเก็ตนะ  ถูกกว่าหลายสิบบาทเลยทีเดียว

ซื้อปุ๊ปใช้ปั๊บ  อย่าได้คิดมาก  พร้อมจัดท่าจัดท่างก่อนกลับ

…เชียงคาน เมืองเล็กๆ แห่งนี้  ยังคงรอคอยให้หลายๆ คนมาเยือน

…เชื่อเถอะว่า  ไม่ว่าฤดูการไหน  เมืองเล็กๆ เมืองนี้  จะยังคงมีเสน่ห์ ให้คุณค้นหาและจดจำ

…จงกอบเก็บ..ไว้เพียงแต่สิ่งดีงาม  กอบเก็บไว้ทุกเวลาแห่งความ

เสน่ห์เชียงคาน …. ในฤดูที่แสนเหงา

สุดท้าย …..ขอขอบคุณทุก ๆ การเดินทาง ที่สอนให้นุ้ยได้เรียนรู้ และรู้สึกรักทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น…..

ขอบคุณ สำหรับทุกกำลังใจ
ขอบคุณ สำหรับทุกความเห็น
ขอบคุณ สำหรับทุกไลค์
ขอบคุณ สำหรับทุกแชร์
ขอบคุณ สำหรับโหวต
ขอบคุณ สำหรับทุกคนที่แวะเวียนเข้ามา
และ
ขอบคุณ สำหรับพื้นที่การแบ่งปันแห่งนี้้

และหาเพื่อน อยากติดตามในทริปอื่น ๆ หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หาข้อมูลกินเที่ยว แนบสบาย ๆ
แวะไปทักทายกันได้ที่นี้นะคะ My Life My Travel

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : เสน่ห์เชียงคาน….ในฤดูที่แสนเหงา