Bali First Time : เรื่องเล่าจากบาหลี

Bali First Time : เรื่องเล่าจากบาหลี

.

.

บาหลี  เป็นสถานที่..ที่เราสองคนอยากไปนานมากตั้งแต่ตอนทำงานประจำ

แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ก็ไม่ได้ไปสักที

จนวันหนึ่ง … ระหว่างการเดินทางไปจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคใต้

ตอนนั้นเราไปกันหลายคน ..และน้องที่นั่งข้างๆ นุ้ย

ก็เอ่ยปากชวนขึ้นมาว่า … พี่ ๆ  ผมจะไปบาหลี พี่สนใจมั้ย

สำหรับนุ้ยตอนนั้น …คือตาลุกวาวเลยนะ

คือเราอยากไปอยู่แล้ว ก็รีบตอบตกลงไปอย่างรวดเร็ว

โดยไม่ได้สนใจเลยนะว่าน้องมันชวนจริงๆ ชวนเล่นๆ ชวนไปงั้นๆ หรืออยากให้เราไปด้วยจริงๆ หรือเปล่า

รู้แค่ว่า … แกชวนพี่แล้วยังไงแกก็ต้องไป 

และนั่นคือจุดเริ่มต้อนของทริปนี้ …บาหลีครั้งแรก  กับเรื่องเล่ามากมาย

แต่จะว่าไป …. นั่นมันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

ไม่ได้หมายความว่าเราจะออกเดินทางกันเลยทันที

ผ่านไปเดือนแล้วเดือนเล่า … ก็ไม่มีการส่งเสียงว่าเมื่อไหร่จะไปกันสักที

ไม่มีส่งเสียงว่าจะจองตั๋วกันตอนไหน

และด้วยความอยากไปมากของนุ้ย… เห็นใครรีวิวบาหลีเมื่อไหร่

แชร์ค่ะ แชร์รัวๆ แชร์แล้วแท็ก แท็กมันทุกวัน  แต่ก็ยังไม่ได้ผล แต่เราได้สมาชิกมาเพิ่มอีกหนึ่งคน

จนต้องตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อบิ้วอารมณ์ บิ้วไปบิ้วมา ด้วยการแชร์แท็ก แชร์แท็ก

สรุปทริปนี้มีสมาชิกด้วยกันทั้งหมด 7 คน แบบงง แต่ลงตัวมากๆ

และการเดินทางก็ได้เริ่มต้นขึ้นจริงๆ สักที

สภาพอากาศของบาหลี อุณหภูมิประมาณ 25-32 องศา  ไม่ต่างจากบ้านเรามากนัก

เสื้อใส่ได้แบบสบายๆ  แต่ตอนเข้าวัดเรียบร้อยนิดนึง ตามกาลเทศะเหมือนบ้านเรานั่นแหละ

แต่จัดไปจัดมากลายเป็นกระเป๋า 28 นิ้วเฉยเลย  ของ Legend walker รุ่น 6702 สีชมพูหวานแหวว

สั่งจากเว็บ https://jptravelstore.com/

ทริปนี้เราเดินทางกันด้วย สายการบินแอร์เอเชีย

เพราะตอนนี้มีเที่ยวบินเยอะที่สุดแล้ว บินตอนไหนก็ได้  ตั้งแต่เช้ายันดึก

เพื่อน ๆ ลองเข้าไปเที่ยวบิน และราคากันได้จากลิงค์นี้เลย https://www.airasia.com/

แค่เริ่มต้นวันแรกของทริปเราก็ฮา

ทั้งที่ทุกคนมีบ้านของตัวเอง ก็ไม่ยอมนอนบ้าน ไปรวมกันกันที่บ้านเพื่อนที่อยู่ใกล้ๆ สนามบิน เพราะเรามีบินไฟล์ทเช้า

สรุปไม่ได้กันทั้งคืนจ้า  ….  โน่นนี่นั่น รู้ตัวอีกทีเอ้า ใกล้ถึงเวลาแล้ว

แต่พวกเรายังไม่ตกเครื่องจ้า…. บาหลียังรอเราอยู่

มีคนบอกเราว่า ไปบาหลีเหมือนการไปสำรวจโลกใหม่ และปลุกวิญญาณภายใน

ถามว่าเราเข้าใจมั้ย … จริงๆ ก็ไม่หรอก

แต่ถ้าไม่ลองไปเอง ก็คงไม่ได้คำตอบ ว่าเป็นยังไง

แต่ก่อนจะเริ่มเที่ยวบาหลี  อะไรบ้างที่เราควรรู้ก่อนไปบาหลี

นุ้ยได้เขียนไว้ในรีวิวก่อนหน้านี้ ตามลิงค์เลย  เพื่อนๆ ลองเข้าไปอ่านกันดูเนอะ

23 ข้อควรรู้เกี่ยวกับบาหลี

23 ข้อควรรู้เกี่ยวกับบาหลี

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในบาหลีของพวกเราในทริปนี้

ตลอด 5 วัน 4 คืน เราใช้บริการเช่ารถพร้อมคนขับ  เป็นรถขนาดที่เหมาะสำหรับพวกพอดี 7 คน

คนขับของเราชื่อวายัน  ค่าเช่ารถของเรา ราคาประมาณ 1,600 บาท ต่อ 1 วัน  รวมค่าน้ำมันแล้วด้วย

สำหรับคนที่สนใจ  ลองโทรติดต่อดูนะคะ   +6281238203495

วายันนิสัยดี ใจดี สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี

เมื่อไปถึงสนามบินวายันก็รอเราอยู่ที่สนามบิน

วันแรกที่นั่งก็จะแน่นๆ หน่อย เพราะ เราต้องขนกระเป๋าไปด้วย เข้าไปเช็คอินอีกทีก็ตอน เย็นเลย

Start

Tanah lot 

วัดริมทะเล เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของบาหลี  ถูกสร้างขึ้นตามความเชื่อของนักบวชชาวฮินดูเพื่อเป็นการบูชาเทพเจ้าแห่งท้องทะเล

ชื่อวัดแห่งนี้แปลได้ว่า  “Land in the sea”   แผ่นดินในท้องทะเล

เป็นการแปลได้ตรงตัวมากๆ เพราะวิหาร Tanah lot  ตั้งอยู่บนโขนหินริมทะเล

เมื่อในช่วงที่มีน้ำทะเลหนุนขึ้นสูง  วิหารแห่งนี้เป็นเหมือนเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่ง ที่ลอยอยู่กลางทะเล

เรามักเห็นภาพของวิหารทานาต์ลอต อยู่บ่อย ๆ ตามสื่อต่างที่เกี่ยวกับบาหลี

เพราะที่นี่เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดอีกวัดหนึ่งของบาหลีเลยก็ว่าได้  อีกทั้งยังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมไปไปกัน

มีค่าเข้าชม ประเด็นคือเราจำราคาที่เป๊ะไม่ได้ว่า คนละเท่าไหร่

แต่เราจ่ายค่าเข้ารวม 8 คนพร้อมคนขับ และรถ 465,000 รูเปียร์

Uluwatu Temple

อูลาวาตู เป็นอีกหนึ่งวัดที่สามารถดึงดูดใจพวกเราให้ไปได้  ถ้าหากถามว่าพวกเราเป็นสายวัดหรือเปล่า

คงต้องตอบเสียงดังฟังชัดว่าไม่ใช่เลย .. แต่เมื่อเราไปเยือนบาหลี   วัดกลับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้

อูลาวาตูเป็นวัดที่ตั้งอยู่ไหล่เขา  หรือเรียกอีกอย่างแบบเข้าใจง่ายๆ คือตั้งอยู่บริเวณหน้าผา ซึ่งด้านหน้า คือท้องทะเล

พวกเราตั้งใจมาดูพระอาทิตย์ตกที่นี่  แต่วันนี้ฟ้าก็จะมืดหน่อยๆ  หลายอย่างไม่เป็นใจมากนัก

และผู้คนเยอะมากมาย ยังกับว่ามีเทศกาลงานบุญแบบบ้านเรา แต่อาจจะเป็นเพราะวันที่เราไป คือวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุด

แต่แค่นี้ก็สวยมากแล้ว … สวยจนแทบอยากหยุดเวลา

วัดนี้มีค่าเข้าชมคนละ 30,000 รูเปียห์

Tibumana waterfall

ความลึกลับของบางสถานที่ กลายเป็นเรื่องน่าค้นหา  เคยอ่านเจอรีวิวหนึ่งบอกว่า

มีน้ำตกลึกลับกลางป่า  สวยดั่งสวรรค์ …. คำโปรยเหล่านี้แหละที่หลอกล่อเราได้ดีนะ

ซึ่งเราก็เต็มใจหลอกมาโดยตลอด    สถานที่แห่งนี้คือ Tibumana waterfall

คือน้ำตกลึกลับที่เราบอก   การเดินก้าวเข้าไป … มีความชุ่มฉ่ำถึงหัวใจ

เส้นทางเล็กๆ บันไดถี่ๆ ที่ทอดยาวลงไปตามระดับเขา  ยิ่งทำให้ที่นี่ดูหน้าค้นหา

และเพียงแค่ไม่นาน  เราก็ไปถึง

ในขณะที่พวกเราไปถึง แทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวเลย

มีเพียงแค่พวกเรา 7 คน และก่อนกลับมีนักท่องเที่ยวอีกกลุ่ม

เป็นน้ำตก  กลางป่า  โอบล้อมด้วยต้นไม้  มีแสงจากดวงอาทิตย์ลอดผ่านช่องเล็กๆ ลงมาเพื่อให้แสงสว่าง

Tibumana waterfall  จะมีค่าเข้า 10,000 รูเปียร์

Bali Swing

ก่อนกลับเข้าที่พัก เราแวะไป Tegalalang rice terrace เป็นทุ่งนาขั้นบันไดที่สวยมาก ๆ

แต่จู่ๆ ฝนก็เริ่มโปรยปราย และมีสิ่งที่ดึงดูดใจพวกเราอยู่ในบริเวณนั้นคื Bali Swing

เป็นภาพที่เราเห็นบ่อยๆ ใน IG และแน่นอนว่าพวกเราไม่พลาดที่จะลอง

มันก็จะเสียวๆ ในตอนแรก และชิลล์ในตอนท้าย  ก็สนุกดีน๊า ชีวิตเราใช้ซะ

ค่าใช้จ่ายคนละ 150,000 รูเปียห์

และเขาว่ากันว่ามาถึงบาหลี ต้องลองชิมกาแฟ เพราะกาแฟที่นี่เป็นกาแฟที่ดีที่สุดไม่แพ้ที่ไหนเลย เป็นกาแฟขี้ชะมด

ก่อนกลับก็สั่งมาชิมกันสักหน่อย  ตอนสั่ง จะได้ กาแฟและชาแก้วเล็กๆ แบบนี้มาทั้งเซ็ต เพื่อนำมาชิม

หอมบ้าง อร่อยบ้าง ไม่อร่อยบ้าง กลิ่นแปลกๆ ก็มี

Dreamland Beach

Dreamland  จะมีลักษณะหาดคล้ายๆ กับบ้านเรานี่แหละค่ะ  แต่วันที่เราไปค่อนข้างมืดฟ้ามัวดิน ก็มันเป็นฤดูฝนอะนะ

แต่มันจะมีข้อแตกต่างคือ แม้จะมืดฟ้ามัวดิน แต่สีน้ำยังคงสวย หากเป็นวันที่ฟ้าสดใส สีคงบาดใจน่าดู

ที่นี่จะมีค่าเข้าด้วย  พวกเราจ่ายไป 20,000 รูเปียห์  นำรถไปจอด และต้องนั่งรถโพถ้อง

เฮ้ย ! ไม่ใช่  มันเป็นเหมือนรถชัตเติ้ลบัส รับส่ง จะมีรถทุกๆ 10 นาที

Kintamani  

จริงๆ สถานที่แห่งนี้  เหมาะกับการไปดูทะเลหมอก ชมพระอาทิตย์ขึ้น แช่น้ำพุร้อน

แต่สำหรับพวกเราไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่างที่ว่ามา

สุดท้ายจาก Kintamani ที่เห็นรูปสวยๆ ในจินตนาการ ของเรา กลายเป็น เขาค้อซะงั้น

แต่สถานที่แห่งนี้ ค่อนข้างคึกคัก ด้วยผู้คน และแม่ค้าที่หาบของมาขาย และเดินตามเราตลอดเวลา

แนะนำว่า ถ้าไม่สนใจควรปฏิเสธไปเลย และถ้าหากเราซื้อขอใครสักคน จะมีแม่ค้าอีกหลายคนมาเดินตามเรา

แต่พวกเราเลือกที่จะขับรถวนไปเรื่อยๆ แบบเงียบๆ เพื่อถ่ายรูป

อากาศดีมาก ลมพัดเย็นตลอดเวลา

นอกจากการตื่นเช้ามาดูทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว

บริเวณนี้เหมาะสำหรับการมาทานอาหารเที่ยงนะ

มีร้านอาหารวิวสวยมากมายหลายร้าน  และพวกเราก็ฝากท้องไว้แถวนี้แหละค่ะ ก่อนออกเดินทางต่อ

Tirta empul temple

Tirta empul temple  เป็นวัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะบาหลีอายุนันพันปี

วัดแห่งนี้ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์  เป็นวัดที่มีพรายน้ำ (เอิมปุล) ผุดขึ้นมาจากสระปิดภายในวัด

  ที่ชาวบาหลีมาชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ ขอพรต่อเทพพระเจ้า ให้แคล้วคลาดจากโรคภัย

.

ก่อนเราเดินทางไป  ภาพของที่นี้ในความทรงจำที่เราเคยเห็น

คือแปลกตา สวยงาม ตามประเพณี วัฒนธรรมของคนพื้นที่

แต่พอได้ไปเยือนสถานที่จริงๆ ได้เข้าใกล้เริ่มมีความขนลุก … เรารู้สึกได้ว่าที่นี่มีความศักดิ์สิทธิ์ 

ที่นี่เต็มไปด้วยความเชื่อ ความศรัทธา และมีพิธีกรรมมากมายๆ

จากภาพที่เราเห็น หลายคนมาเพราะคำบอกเล่า..หลายคนมาเพื่อขอพร..แต่หลายคนมาเพราะความหวัง

หวังว่าเขาจะหายจากสิ่งที่เป็น  หายจากสิ่งที่เขาไม่อยากมีอยู่ในตัว

มีค่าเข้าชม 15,000 รูเปียห์ / 1  คน

Ubud market

Ubud market  ไม่ไกลจากที่พักของเรามากนัก

ย่านนี้มีทั้งร้านของของฮิปๆ ชิคๆ  คาเฟ่เก๋ๆ   และตลาดที่เต็มไปด้วยมากมายของฝาก

ขอแนะนำว่า การซื้อของตามร้านของฝากในบาหลี ควรต่อราคาแบบหารครึ่งหรือมากกว่า

ตอนแรกเราก็กลัวๆ นะ เริ่มจากเพื่อนของเราต่อราคา  เราก็บอกว่าต่อขนาดนั้นเดี๋ยวก็โดนด่า

เธอก็บอกว่า .. มีคนบอกมา ว่าเขาตั้งราคาไว้สูงเว่อร์

และพอลองต่อราคาจริงๆ โอ้วๆๆๆ  ลดมากกว่าครึ่ง ยกตัวอย่างกระเป๋าที่เราซื้อมา

ตั้งราคาไว้ 400,000 รูเปียห์  ต่อไปต่อมา เราซื้อมาแค่ใบละ 120,000 รูเปียห์

Ulun danu bratan  

เป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาปบราตัน

จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือศาลาที่มีหลังคาทรงสูง มุงด้วยฟางหนาๆ 11 ชั้น สร้างขึ้นมาเพื่อบูชาเทวีแห่งสายน้ำ

และมีรูปอยู่หลังแบงค์ 50,000 รูเปียห์ วันที่เราไปมีพิธีกรรมบางอย่าง

หรืออาจจะมีทุกวัน เพราะจากที่เราสัมผัสมาตลอดเวลาที่อยู่ที่บาหลี จะเจอพิธีกรรม ในทุกๆ สถานที่

และค่าเข้าชมที่นี่คือ 50,000 รูเปียห์นั่นเอง

Jatiluwih  

ทุ่งนาขั้นบันได  ที่กว้างใหญ่ไพศาล  นี่คือทุ่งนาขั้นบันไดที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เราเคยเจอมา 

และมันสวยมากๆ  เพระระหว่างทางรถแล่น  เราสามารถมองเห็นทุ่งนาได้ตลอดเส้นทาง 

และดวงของเราก็ดีเช่นเคย …. ตอนมาถึงจุดนี้ฝนเทกระหน่ำลงมาอย่าง หนัก

แต่นั่นก็เหมือนเป็นการพักแบรกให้เราได้ทานอาหาร  ที่นี่จะมีค่าเข้าชมด้วยนะคะ 

ด้านในนอกจากจะเป็นนาขั้นไดแล้ว ยังมีร้านอาหารมากมายหลายร้าน  

เราก็จำไม่ได้ด้วยนะ ว่าร้านที่เราแวะทานชื่อว่าอะไร  รสชาติดีเลยทีเดียว  ราคาก็น่ารัก  

หลังจากฝนหยุดตก ก็ได้เวลาออกไปวิ่งเล่นในทุ่งนากันแล้ว 

ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ระหว่างทางกลับที่พักคือร้านอะไรก็ไม่รู้   

(เราทานหลายร้านมาก แต่นี่เป็นร้านเดียวที่มีรูป ) 

ประโยคที่พูดกับวายันทุกมื้ออาหาร  ” วายัน โลคอล โลคอส โอเค๊  “

และร้านที่วายันเลือกคือร้านนี้

ทุกคนก้าวขาลงจากรถ และมองหน้ากันพร้อมกับพูดว่า

เราจะกินร้านนี้จริงๆ เหรอ    และน้องไทสุดชิคหัวหน้าทริปของเรา พูดว่า 

นี่มันโลคอลมากเลยนะพี่ มีคนบอกผมว่า อย่ากินซีฟู้ดขี้รั่วแน่ๆ

แต่…

ก็แวะแล้ว จะบอกเขาว่าไงละ  ก็ต้องเดินเข้าร้านสิ

ร้านเป็นเพียงร้านเล็กๆ ริมถนน ซึ่งโลคอลจริงๆ ถ้าบ้านเราก็อาจจะประมาณร้านอาหารตามสั่ง

ด้วยความกลัว และลังเลในรสชาติอาหาร สำหรับ 7 คน เราสั่งมาแค่นี้ เพื่อเป็นการทดลองก่อน

ซิกเนเจอร์ของที่นี่ คือการกินด้วยมือ หรือจะเรียกว่าการเปิบข้าวนั่นเอง แต่ช้อนก็มีนะ

อุ๋ย ! พิมพ์อะไรออกไป   เพื่อนๆ รู้จักเปิบข้าวมั้ยค่ะ

และหลังจากได้ลองชิมเซ็ตแรกที่สั่งมาแล้ว  ต่อจากนั้นคือการสั่งแบบรัวๆ สั่งจนคนทำงงสั่งจนทำกันไม่ทันเลยทีเดียว

… มาถึงตอนนี้   ก็แอบคิดนะว่ามันอร่อยหรือเราหิว 555

และราคามันก็ถูกมากด้วย 7 คน 220,000 รูเปียห์

บรรยากาศร้าน บอกแล้วโลคอลจริงๆ 



ปิดท้ายทริปนี้กันด้วยที่พักแล้วกัน 

ที่พักของเราชื่อ  Villa Puri Taryn

ตั้งอยู่ใกล้สนามบินมาก  เป็นลักษณะคล้ายๆ ทาวน์โฮม

 มี 2 ชั้น 4 ห้อง 4 ห้องน้ำ 2 ห้องนั่งเล่น มีสระว่ายน้ำอยู่ด้านหลังบ้าน 

มีครัวให้พวกเราทำอาหารด้วย  และทุกตอนเช้าจะมีคนมาทำอาให้เช้าให้ทานด้วย 

มีให้เลือกระหว่าง ABF และอาหาคาร Local  

ลิงค์จองที่พัก https://www.traveloka.com/villa-puri-taryn

 

 

และสุดท้ายขอแนะนำเว็บไซต์สำหรับการจองที่พักนะคะ 

เจ้าที่นุ้ยใช้บริการบ่อยที่สุด  Traveloka  

ช่องทางการไปจอง  https://www.traveloka.com/th-th/  

จองรอบไหนๆ ก็รู้สึกว่าคุ้มจัง ถูกสุดแล้วหล่ะ

ดาวน์โหลด

App Store  https://goo.gl/BfMCyX

Google Play  https://goo.gl/qTkm3v

ถ้าหากถามเราว่า บาหลีไปทำไม ?   มันคงมีหลายเหตุผลที่จะตอบ 

แต่ประโยคที่อยากบอกมากที่สุด ..

ไม่มีคำบอกเล่าไหน ตอบคำถามได้ดีเท่ากับเราไปสัมผัสด้วยตัวเอง 

ไม่มีคำบอกเล่าใด ที่จะทำให้เราจดจำเรื่องราวได้ดี เท่ากับเราได้ไปสร้างเรื่องราวนั่นเอง 

ทุกการเดินทาง …. มีประสบการณ์ ความทรงจำ ที่ดีกลับมาเสมอ 

บาหลี … ก็เช่นกัน ทั้งเสน่ห์ด้านธรรมชาติ และมนต์ขลังด้านวัฒนธรรม 

รอให้ทุกคนไปสัมผัสด้วยตัวเอง 


ติดตามเรา  Nui ka ton แฟนพาเที่ยว  

Fanpage : https://www.facebook.com/MyLifeMyTravels

WebSite : www.mylifemytravels.com

Youtube : https://goo.gl/0bnw9a

Instagram: https://goo.gl/G7qsVC

….

สนใจติดต่องานได้ที่

E-Mail :  mylifemytravels@gmail.com

Tel.  :  094-5929142

#แฟนพาเที่ยว #mylifemytravel #NuiKaTon #Coupletraveler

 

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : Bali First Time : เรื่องเล่าจากบาหลี

1 ความคิดเห็น