Mode Sathorn Hotel Bangkok

หลับสบาย เดินทางสะดวก นั่งดื่มสุดชิล ใจกลางสาทร ที่ Mode Sathorn Hotel Managed by Siam@Siam

 

นานาสวัสดีนานาสวัสดี

เชื่อว่ามีเพื่อนหลายคน ที่ต้องเดินทางไปติดต่องาน หรือทำธุระต่างๆ ที่ กรุงเทพฯ บ่อยเหมือนนุ้ยแน่ๆ
และมักจะเกิดคำถาม ว่าพักที่ไหนดี  ราคาเท่าไหร่  เดินทางยากไหม  ไกลหรือเปล่า

วันนี้นุ้ยมี หนึ่งทางเลือกมาแนะนำกันคะ  และรับรองได้ว่าไม่ผิดหวังแน่นอน
เพราะนุ้ยได้รับความประทับใจจากที่นี้กลับมามากทีเดียวคะ  นั้นคือ
Mode Sathorn Hotel Managed by Siam@Siam

ปล. หากเพื่อนเล่น FB สามารถติดตาม และพูดคุยกันได้อีกหนึ่งช่องทาง
ที่นี้เลยคะ   My Life My Travel

 
หลายคนอาจจะตั้งคำถาม ทำไมต้องเลือกโรงแรมนี้ละ ทั้งที่กรุงเทพฯ มีโรงแรมมากมาย   เรามาดูกันคะ ว่าเพราะอะไร
ปล. รีวิวนี้ นุ้ยจะไม่รีวิวเรียงตามลำดับเหตุการณ์นะคะ แต่จะขอรีวิวแยกตามส่วนต่างๆ ของโรงแรมข้อมูลโรงแรม ชื่อโรงแรม     Mode Sathorn Hotel Managed by Siam@Siam
ที่ตั้ง         144 ถ.สาธรเหนือ สีลม กรุงเทพฯ
Tel         0 2623 4555
e-mail    info@modesathorn.com
เว็บไซต์    www.modesathorn.com
Facebook     https://www.facebook.com/modesathornhotel

 

 

การเดินทาง 

สามารถไปได้หลายเส้นทาง และวิธี ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนตัว  รถโดยสารสาธารณะ
แต่วิธีการเดินทางที่นุ้ยแนะนำคือ การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า เนื่องจาก สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องกังวลกับรถติด ไม่ต้องกลัวแท็กซี่พาเที่ยว ทั่วกรุงก่อนถึงโรงแรม และที่สำคัญคือ ที่ตั้งของโรงแรมอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS (สถานีสุรศักดิ์)

เรื่องการเดินทางได้ใจนุ้ยไปเต็มๆ คะ  เพราะสะดวกมากๆ

 

L-O-B-B-Y

อู้ววว ….. ว๊าววววว

แค่ทางเดินเข้าสู่ Lobby  ก็ทำให้ประทับใจแล้วคะ ดีไซน์ ได้สวยมาก

 
Lobby  เป็นห้องที่ค่อนข้างกว้างโล่ง  และตกแต่งได้เก๋ มีสไตส์มากๆ
ยังมีอีกหลายหลายมุม ให้เลือกนั่ง

Counter Check in  เป็นโต๊ะสีเหลี่ยม สามารถนั่งล้อมรอบได้เลยคะ

และหลังจาก Check in แล้ว เราจะได้รับ คีย์การ์ด และบัตร Welcom drink
ต่อจากนั้นจะมีพนักงานนำทางเราไปยังห้องพัก

 
 

R-O-O-M

Mode Sathorn  มีห้องพักทั้งหมด 201 ห้อง แบ่งออกเป็น 5 แบบด้วยกัน
แบบแรก   Business studio  เป็น Type เริ่มต้นของที่นี้คะ มีทั้งหมด 23 ห้อง ขนาดห้องโดยประมาณ 21 ตารางเมตร

แบบที่สอง Deluxe Mode  มีทั้งหมด 131 ห้อง ขนาดห้องโดยประมาณ 27-38 ตารางเมตร โดยจะมีให้เลือก 4 แบบด้วยกันคะ ซึ่งแต่ละแบบจะมีความแตกต่างในการดีไซน์
Urban Stylish Room, Multicul Tured Facet Westestern Room, Multicul Tured Facet Eastern Room, Metropolitan Chic Room

แบบที่สาม Executive Mode Type นี้จะมีทั้งหมด 43 ห้อง ขาดห้องโดยประมาณ 50 ตารางเมตร

แบบที่สี่ One Bedroom Suite  ซึ่ง Type นี้มีเพียง  3 ห้องเท่านั้น  ขนาดห้องกว้างถึง 70-90  ตารางเมตรเลยคะ

และแบบสุดท้าย มีเพียงห้องเดียวเท่านั้น คือ Presidential suite ขนาดห้อง 185  ตารางเมตร ชั้น 36 เป็นห้องที่เห็นวิวกรุงเทพฯ ได้สวยมากๆ เลยค่ะ

 
ครั้งนี้นุ้ยเข้าพักห้อง Deluxe Mode  แบบ Multicul Tured Facet Eastern
อยู่ชั้น 22  ห้อง 2207  ขอบอกว่าห้องมุมนี้วิวสวยคะเมื่อเปิดประตูเข้ามา นุ้ยถึงกับตาโตด้วยสีสันที่โดดเด่น และสดใสมาก ๆ

Multicul Tured Facet Eastern Room  เป็นการตกแต่งโดยผสมผสานความเป็นตะวันออกเข้าไป ไม่ว่าจะม่าน มูลี่ลวดลายบนผืนผ้า

ห้องกว้างประมาณ 30 ตารางเมตร

 

มีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน 

ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ โทรทางไกลต่างประเทศ

มีมุมเล็กๆ ให้ทำงาน

TV  40″ LED flat screen

กระติกน้ำร้อน ชุดชา กาแฟ ไว้บริการในห้อง

Mini bar   มีพร้อมทั้งเครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว  แต่ไม่ฟรีนะจ๊ะ

ในตู้ใกล้ๆกัน ยังมี ชุดคลุมอาบน้ำ รองเท้า ร่ม
และตู้เซฟ

 
ไปดูในส่วนของห้องน้ำ
ห้องนี้จะแบ่งส่วนของห้องนอน และห้องน้ำแยกออกจากกันนุ้ยปลื้มห้องน้ำที่นี้เป็นที่สุด เพราะภายในห้องน้ำ  แบ่งสัดส่วน ได้ดีมากๆ มีทั้ง Bath tub และ Rain Shower

 
สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มีให้ครบครัน เช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็น กระจกบานใหญ่,  เครื่องชั่งน้ำหนัก
Bath Gel , Shampoo, Conditioner, Body Lotion  กลิ่นหอมมากๆ คะ
สบู่, แปรงสีฟัน, ยาสีฟัน, น้ำยาบ้วนปาก, มีดโกนหนวด, หมวกอาบน้ำ และ ไดร์เป่าผม

 

ที่สำคัญ ห้องน้ำกว้างมากๆ วิวสวยสุดๆ ยามค่ำคืน นอนแช่น้ำในอ่าง ผ่อนคลายได้ดีมากๆ

และในห้องนอน ยามค่ำคืน  สวยไม่แพ้กันเลย

และทิ้งท้ายในส่วนของห้องพักไว้ที่รูปนี้

 
O-U-T-D-O-O-R   SWIMMING POOL & POOL BAR
สระว่ายน้ำของที่นี้ เป็น แบบ Outdoor  อยู่ชั้น 11
สารามารถมองเห็นวิวกรุงเทพฯ ได้ด้วยคะ  ชิลไม่ใช่เล่นเลยนะนี่มี Pool Bar ไว้คอยบริการด้วย เครื่องดื่ม

และสำหรับใครที่ต้องว่ายน้ำ แต่ต้องมานั่งรอเพื่อน รอแฟน มีมุมเลือกนั่งเลย


M     F-I-T-N-E-S-S 

จะอยู่ชั้นเดียวกับสระว่ายน้ำ มีเครื่องเล่น ออกกำลังเยอะเลยคะ


 
D-I-N-I-N-G
ห้องอาหารของ Mode Sathorn มีเยอะ และหลากหลายมาก ทั้งอาหารไทย อารหารยุโรป บุฟเฟ่ต์ นานาชาติ ขนมเบเกอรี่ หรือนั่งชิล ชมบรรยากาศ ยามค่ำคืน  แต่วันนี้นุ้ยจะพาไปชิมอาหาร พร้อมเบเกอรี่ และนั่ง Drink สุดโรแมนติกด้วยกันคะเรามาเริ่มกันที่ The Sathorn
The Sathorn  เป็นห้องอาหารหลัก ที่ให้บริการอาหารเช้า  และ Lunch Buffet บุฟเฟ่ต์นานาชาติ(แต่ในรีวิวนี้นุ้ยไม่รวม Lunch Buffet)

The Sathorn อยู่ชั้น 10 เปิดให้บริการตั้งแต่ 6 โมงเช้า  ตกแต่งด้วยโทนสีขาว ดำ มีแสงและเงา  สวยมาก คะ มีหลากหลายมุม ไม่ว่าจะมาเป็นกลุ่ม มากันแค่สองคน  เลือกเลย

 
ไปดูกันคะว่าอาหารเช้าของที่นี้มีอะไรให้เลือกทานกันบ้าง แต่ต้องขอบอกก่อนว่า นุ้ยถ่ายมาเพียงแค่ส่วนน้อยนิด แค่เฉพาะ ส่วนที่ตัวนุ้ยเลือกมาทานคะ
เครื่องดื่มมีให้เลือกเยอะมาก นมสด ชา กาแฟ พนักงานจะนำมาเสิร์ฟให้ พร้อมถาม รับน้ำผลไม้อะไรดีผักสลัด สด กรอบ มีน้ำสลัดให้เลือกหลายแบบมากๆ

ผลไม้ก็หลากชนิด

 
โซนขนมปัง มีให้เลือกเยอะเลยคะ
แยมมีหลากรสชาด
 
สำหรับนุ้ย เช้าๆ ขอเบาๆ แค่นี้พอ

 

มาต่อกันที่ BLD Bistro  

BLD Bistro  อยู่ด้านหน้าสุดของโรงแรมเลยคะ  จะให้บริการทั้งอาหาร แซนวิช เบเกอรี่  และเครื่องดื่ม

เปิดให้บริการ ตั้งแต่ 6.00 น. – 24.00 น.

ภายในตกแต่งด้วยไม้ และกั้นด้วยกระจกใส ทำให้รู้สึกโล่ง นั่งสบาย

เป็นห้องที่ไม่กว้างมากนัก แต่มีมุมให้เลือกนั่งถึง 2 ชั้นด้วยกัน

การตกแต่งทั้ง 2 ชั้นจะเหมือนกัน แต่ชั้น 1 มองออกไป จะวิวเห็นสวนหย่อมเล็กๆ ด้านหน้า  ส่วนชั้น 2 มองออกไปจะเห็นบรรยากาศแสงไฟบนท้องถนน และสถานีรถไฟฟ้า

 
ขนมหน้าตาน่าทานทั้งนั้นเลยคะ และราคาไม่แพงด้วยน๊า ที่สำคัญ สดใหม่จากเตาทุกวันเลย

จานนี้คือ Shibuya Toqast   ราคา 160 บาท ไม่แพงเลยคะ

จานนี้อร่อย  แต่สำหรับนุ้ยน้ำผึ้งน้อยไปนิดนะ แต่ก็ไม่อย่างรวดเร็ว

 
ต่อมา High Tea Set   มีหลาย Set ให้เลือกคะ
แต่วันนี้ของนุ้ยเป็น  High Tea Set   D
เซ็ทนี้ สำหรับ 1 ท่าน ราคา 310 บาท   และสำหรับ 2 ท่าน ราคา 410 บาทขนมใน Set น่าทานมากๆ  และเยอะมากเลยคะ
อย่างเช่น  Mini Blueberry Cheese Cake, Mini Peach Tartlet, Apple Crepe, chocolate Eclair, paris Brest, Pineapple Creame Brulee, Leek Tartlet, Mini Roasted Beef Sandwich, Smoked Salmon Sandwich
ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกหลากหลายนะคะ  แต่สามารถเลือกได้เพียงคนละ 1 อย่างนะคะ
Twining Hot Tea, Iced Tea, Hot Coffee, Hot Latte, Cappuccino, Smoothie

ขอบอกว่าคุ้มสุดๆ

 
T-H-E   R-O-O-F @ 3- 8  B-A-R 
การมาพักที่ Mode Sathorn  ทำให้นุ้ยรู้สึกผ่อนคลายสุดๆ เพราะทุกครั้งที่เข้ากรุงเทพ นุ้ยจะเหนื่อยมาก เพราะต้องทำธุระ และติดต่องานในหลายๆ ที่
แต่เมื่อกลับมาถึงที่พักตอนเย็น  ทำให้นุ้ยรู้สึกพิเศษและผ่อนคลาย เมื่อขึ้นไปที่ The  Roof @38 Barสามารถนัดเพื่อนมานั่งเมาท์ นั่งคุยกันได้ โดยไม่ต้องเดินทางไปไหนไกลเลย  แถมเพื่อนๆ ยังเดินทางมาหาเราได้สะดวกอีกด้วย เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า

 
The  Roof @38 Bar เปิดให้บริการตั้งแต่ 6 โมงเย็น
พิเศษสุดๆ ได้นั่งมองพระอาทิตย์ตก  โรแมนติกไม่น้อยเล่ยคะ
 
เมื่อคล้อยแสงอาทิตย์ นอกจากเครื่องดื่มที่ถูกใจแล้ว  ยังมีความสุขและดื่มด่ำกับแสงสียามค่ำคืนของกรุงเทพฯ  ลมพัดเบาๆ ต้องยกนิ้วให้เลยคะ .
 

ได้เวลาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟแล้วค๊า

Strawberry Cheesecake Martini   ราคา 320.-

Modern punch   ราคา 320.-

 
New fashioned    ราคา 320.-
Pina colada  ราคา 320.-
 

เมนูอาหาร มีเยอะพอสมควรค แต่จะไม่มีอาหารหนัก เน้นเบาๆ กินเล่น

Salmon Sushi ราคา 120.-

Brazil spring rolls ราคา 230.-

และจานนี้จำชื่อไม่ได้ แต่อร่อยเพลินดีคะ

 

สำหรับรีวิวนี้  ขอทิ้งท้ายกันไว้ด้วยรูปนี้นะคะ  หวังว่ากระทู้นี้จะมีประโยชน์ สำหรับทุกคน  เกือบไว้เป็นทางเลือก นะคะ นุ้ยรับรองว่าจะได้รับความประทับใจกลับมาเหมือนกัน

นุ้ยขอสรุปความเห็นส่วนตัว

ข้อดี
1. เดินทางสะดวก (มาก)
2. พนักงานบริการดี ใส่ใจลูกค้ามากคะ
3. ห้องพักสวย ห้องน้ำใหญ่ และห้องใหม่มาก
4. มีทุกอย่างครบครัน ที่พัก ที่กิน ที่ดื่ม รวมที่เดียวกัน
5. ห้องพักแยก เป็น 2 แบบคือ สำหรับสูบบุหรี่ และไม่สูบบุหรี่

ข้อเสีย
1. อาจจะมีเสียงดังบ้าง เพราะอยู่ติดถนน
2. หากห้องพักแบบไม่สูบบุหรี่เต็ม เหลือแต่ห้องสูบบุหรี่คนแพ้กลิ่น อาจจะแย่ได้

นานาขอบคุณ ทุกคนที่ติดตามนะคะ  รอดูกันนะคะรีวิวต่อไป นุ้ยจะพาไปเที่ยว ไปชิม หรือไปพักที่ไหนกันอีก

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : Mode Sathorn Hotel Bangkok